28.2 C
Pattaya
Monday, March 8, 2021
Home ทั่วไทย

ทั่วไทย

นายกย้ำเร่งหาช่องว่างแขกที่เข้าประเทศในฐาะความสัมพันธ์ทางการทูต ต้องเข้าพักในสถานที่ที่รัฐจัดให้เท่านั้น

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกรัฐมนตรี ย้ำเร่งหาช่องว่างแขกที่เข้าประเทศในฐาะความสัมพันธ์ทางการทูต ต้องเข้าพักในสถานที่ที่รัฐจัดให้เท่านั้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่เกิดปัญหาของนักการทูตไม่ยอมเข้าสถานกักตัวของรัฐ และจะเข้าพักในคอนโดย่านสุขุมวิท แต่นิติบุคคลไม่อนุญาต กังวลความปลอดภัยเรื่องโควิด-19 นั้น ไม่อยากให้วิจารณ์เพราะจะเกิดความไม่เข้าใจกัน ยืนยันไม่มีวีไอพี แต่ต้องมีมาตรการเฉพาะกลุ่ม ส่วนเรื่องที่เกิดเป็นเรื่องของทูต ซึ่งวันนี้จะต้องเข้มงวดเข้าไปเจรจาและพูดคุยว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศ (adsbygoogle = window.adsbygoogle || ).push({});

ศบค. เผยประชาชนดาวน์โหลดใช้งานแอปพลิเคชันไทยชนะกว่า 7 แสนคน

นายแพทย์ พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ศบค.เผยประชาชนดาวน์โหลดใช้งานแอปพลิเคชันไทยชนะกว่า 7 แสนคน แนะให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ไทยชนะ  นายแพทย์ พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม และสื่อสังคมออนไลน์ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) กล่าวถึงการใช้งานแพลตฟอร์มไทยชนะว่า วันนี้ เป็นวันที่ 61 ที่มีการให้ใช้แฟลตฟอร์มไทยชนะ ภาพรวมมีร้านค้า กิจการและสถานประกอบการ ลงทะเบียนแล้วกว่า 2 แสน 7 หมื่นร้าน มีประชาชนใช้บริการเช็คอิน-เช็คเอ้าท์กว่า 37 ล้านคน ส่วนการดาว์โหลดใช้งานแอปพลิเคชันไทยชนะ ทั้งระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ และ ios มีการดาวน์โหลดแล้วกว่า 7 แสนคน ทั้งนี้พบว่ามีแนวโน้ม 2 เดือนที่ผ่านมา มีการใช้บริการเช็คอิน-เช็คเอ้าท์ผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะมีสัดส่วนสูงขึ้นต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังการ์ดไม่ตก  (adsbygoogle = window.adsbygoogle || ).push({});

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดให้บริการสายการบินเพิ่ม 4 สายการบิน หลังโควิด – 19 เริ่มคลี่คลาย

ท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้บริการสายการบินเพิ่มเติมในประเทศ 4 สายการบิน ขณะที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการให้บริการ พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังและการตรวจคัดกรองอย่างเคร่งครัด Loading... (function () { var script = document.createElement('script'); script.src = "//jsc.mgid.com/p/a/pattayamail.com.772989.js?t=" + ((d = new Date()) ?...

กองทัพเรือ-สธ. ส่งคนไทยในยุโรป 280 ชีวิต จากศูนย์ดูแลสุขภาพสู่ภูมิลำเนา

เมื่อ 08.30 น.วันที่ 18 เมษายน 63 รัฐบาล โดย “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ดูแลสุขภาพคนไทยในต่างแดน กองทัพเรือ” สวัสดิการอาคารรับรองกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ส่งคนไทยในทวีปยุโรป 17 ประเทศ จำนวน 280 ชีวิต ที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ควบคุมเฝ้าดูอาการ ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังเดินทางกลับจากต่างแดนเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 เมษายน 63 คืนสู่ภูมิลำเนาเกิด  โดยมีการจัดรถบัส 13 คัน และรถตู้ 2 คัน ในการเดินทาง ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีกระแสพระราชดำรัสชื่นชมการทำงานของรัฐบาลและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำงานอย่างหนัก ทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ดีขึ้น

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเผย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีกระแสพระราชดำรัส ชื่นชมผลการปฏิบัติงานของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ข้าราชการพลเรือน ตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุข จิตอาสา ตลอดจนภาคธุรกิจเอกชน และประชาชนที่ร่วมกันทำงานอย่างหนัก ด้วยความอดทน เสียสละ ร่วมมือกันจนทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยดีขึ้นตามลำดับเป็นที่น่าพอใจ

ภาคเหนือค่าฝุ่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ หลังพบจุดความร้อน (Hotspot) เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและนอกประเทศ

ภาคเหนือค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่หลังพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและนอกประเทศ นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ 17 จังหวัดวันนี้ 9 เมษายน 2563 คุณภาพอากาศมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจวัดได้ระหว่าง 32 - 241 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจวัดได้ระหว่าง 57 - 172 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมแนวโน้มค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 8 เมษายน 2563...

ศบค. ยันยันยังไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว 24 ชม. ตามข่าวที่แชร์กันในโลกโซเชียล

เมื่อ 6 เมษายน 63  ผู้สื่อข่าวติดตามการรายงานจากศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด19  (ศบค.) ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล  โดย นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยันยันว่า ยังไม่มีการประกาศ เคอร์ฟิวส์ 24 ชม.ตามข่าวที่แชร์กันในโลกโซเชียล  หากประชาชนปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมาย ทางรัฐบาลแทบไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายบังคับเพิ่ม แต่เนื่องจากที่ผ่านมา หลังจากประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ โดยห้ามออกจากบ้านเวลา 22.00 -04.00 น. มีผู้ฝ่าฝืนทั่วประเทศ 1,000 กว่าคน  โดยดำเนินคดีประมาน 700 คน ตักเตือนไป 300 คน ในจำนวนนี้ต้องโทษถูกนำตัวเข้าเรือนจำ...

“วิษณุ” แจงฝ่าฝืนเคอร์ฟิวโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท

ทำเนียบฯ 3 เม.ย.- “วิษณุ” แจงประกาศเคอร์ฟิว หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2  ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหากยังไม่สามารถลดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ได้ อาจจะเพิ่มเวลาจาก 6 ชั่วโมง เป็น 8-10 ชั่วโมง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ให้พกบัตรประชาชนและหนังสือรับรองจากต้นสังกัด  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีแถลงรายละเอียดของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 2เรื่องเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักร ว่า  การประกาศดังกล่าวไม่ใช่การปิดประเทศ  เพราะหากปิดประเทศคือการปิดสนามบิน แต่ขณะนี้ยังเปิดให้สนามบินได้ใช้งานรองรับการบินขึ้นลง รับส่งคนที่จะเดินทาง ได้ตามปกติแต่มีความเข้มงวดของผู้จะเดินทางเข้าประเทศ  เพราะหลังจากนี้จะมีคนไทยจากหลายประเทศเดินทางเข้ามารวมถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ด้วย  แต่ได้ขอให้ชาวต่างชาติชะลอการเดินทางเข้าประเทศ ไปจนถึง15 เมษายน 2563 โดยหลังจากวันที่ 15 เมษายน จะมีการทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ชี้แจงให้เข้าใจตรงกันว่า การขนส่งสินค้าทั้งส่งออกและนำเข้ายังคงดำเนินได้ตามปกติ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับข้อกำหนดฉบับที่ 2 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเป็นการกำหนดห้ามบุคคลทุกคนทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหสถาน ที่พัก...

ธปท.เตรียมเสนอ 4 มาตรการ เข้า ครม. 7 เม.ย. ลดผลกระทบโควิด –19

กรุงเทพฯ 3 เม.ย.-ธปท.เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาออก 4 มาตรการ ทั้งพ.ร.ก.ทำซอฟท์โลน พยุงตราสารหนี้เอกชน ขยายเวลาคุ้มครองเงินฝากลดเงินนำส่งของสถาบันการเงิน เพื่อลดผลกระทบโควิด-19 นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าธปท.เตรียมเสนอมาตรการต่าง ๆ ให้คณะรัฐมตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการวันที่ 7 เมษายนนี้ เพื่อลดกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย 4  มาตรการประกอบด้วย 1.การออกพ.ร.ก.เพื่อจัดทำโครงการซอฟท์โลนพิเศษโดยตรงให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยเงินของธปท.เองซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโครงการสินเชื่อของธนาคารออมสินที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีขนาดเล็กทั้งนี้ ที่ผ่านมาธปท.ได้ทำงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์ในการนำเสนอมาตรการชุดต่าง ๆโดยเน้นไปที่ลูกค้ารายย่อยให้พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยระยะหนึ่งส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก็มาตรการอีกชุดแต่การแพร่ระบาดยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มจะขยายมากขึ้นจึงจำเป็นต้องขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยการพักเงินต้นและดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอีที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสินเชื่อที่เป็นสภาพคล่องใหม่เพื่อช่วยเหลือรายที่ขาดเงินทุนหมุนเวียนและดูแลให้ธุรกิจก้าวข้ามสถานการณ์วิกฤติไปได้ 2.การออกพ.ร.ก.เพื่อจัดทำมาตรการสร้างหลังพิงให้กับตลาดตราสารหนี้เอกชนเพื่อให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยศึกษาจากมาตรการของธนาคารกลางหลายประเทศพ.ร.ก.ดังกล่าวจะให้อำนาจธปท.สามารถซื้อตราสารหนี้เอกชนที่ครบกำหนดเพื่อไปชำระตราสารเดิมเฉพาะตราสารของบริษัทที่มีคุณภาพดีโดยจะต้องระดมทุนจากตลาดเอกชนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเพื่อทำหน้าที่เติมเต็มให้ตลาดตราสารหนี้เอกชนทำหน้าที่ได้ตามปกติซึ่งจะต้องมีเงื่อนไขคัดกรองว่าเป็นบริษัทที่ดี  ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธปท.ได้ร่วมกันพิจารณากลไกสำคัญที่จะช่วยดูแลตลาดตราสารหนี้เอกชนที่ปัจจุบันมีขนาดใหญ่ 3.5 ล้านล้านบาท เทียบกับสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาด 14 ล้านล้านบาท ขณะที่ผู้ถือตราสารหนี้เอกชนครอบคลุมประชาชนหลากหลายประเภทและองค์กรหลากหลาย เช่น กองทุนรวม สหกรณ์ออมทรัพย์กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนประกันสังคม กองทุนตราสารหนี้อีกทั้งภาคธุรกิจจำนวนมากอาศัยการกู้เงินผ่านตลาดตราสารซึ่งขณะนี้ได้รับผลกระทบที่ลุกลามมาจากตลาดตราสารหนี้โลกและความไม่แน่นอนเศรษฐกิจทำให้ตลาดตราสารเอกชนทำหน้าที่ไม่ปกติเหมือนทั่ว ๆ...

โฆษก สตช.ย้ำใครฝ่าฝืนเคอร์ฟิวจับทุกราย

ทำเนียบฯ 3 เม.ย.- โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำ ใครฝ่าฝืนเคอร์ฟิวหากไม่มีเหตุจำเป็น จับทุกราย หากพบเห็นผู้ทำผิด แจ้ง 191 ส่วนผู้มีความจำเป็นขอให้พกบัตรประชาชนและเอกสารที่หน่วยงานต้นสังกัดรับรอง  ระบุช่วยชาติได้แค่อยู่ในบ้านและเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)แถลงถึงแนวทางการปฏิบัติตัวของประชาชนในช่วงเคอร์ฟิวว่ามีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติตัว รองรับมาตรการต่างๆ ของด่านตรวจมีจุดตรวจคัดกรองรอยต่อระหว่างจังหวัดต่างๆ รวมถึงกรุงเทพมหานครจะมีการปรับจุดตรวจคัดกรอง ซึ่งขณะนี้มี 421 จุดเพื่อเน้นในการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้นและควบคุมการเดินทางข้ามจังหวัดเท่าที่จำเป็นเท่านั้นโดยจะมีการเพิ่มหน่วยความเร็ว สารวัตรทหาร จัดจุดตรวจคลอบคลุมทุกพื้นที่และจะมีการเพิ่มสายตรวจ   “กรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  พ.ร.บ.โรคติดต่อแห่งชาติและประกาศต่างๆ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นยืนยันว่าจะดำเนินการทุกข้อหากับผู้ที่ฝ่าฝืน” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า ผู้ที่มีความจำเป็นที่ต้องออกจากบ้าน ในเวลา 22.00-04.00 น.ตามที่ประกาศช่วงเวลาเคอร์ฟิวไว้ นอกเหนือจากผู้ที่ได้รับการยกเว้นจะต้องมีเอกสารกำกับ โดยพกบัตรประชาชน, เอกสารที่รับรองจากนายจ้างผู้ประกอบการ หรือผู้บังคับบัญชา ว่าเป็นใคร มาจากสังกัดไหนมีหน้าที่และมีความจำเป็นต้องปฎิบัติงานอย่างไร  หากมีเอกสารครบถ้วนก็สามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจ ให้พิจารณาเป็นกรณีไปได้  

Latest Stories