29.6 C
Pattaya
Sunday, July 5, 2020
Home ทั่วไทย

ทั่วไทย

ศบค. ยันยันยังไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว 24 ชม. ตามข่าวที่แชร์กันในโลกโซเชียล

เมื่อ 6 เมษายน 63  ผู้สื่อข่าวติดตามการรายงานจากศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด19  (ศบค.) ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล  โดย นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยันยันว่า ยังไม่มีการประกาศ เคอร์ฟิวส์ 24 ชม.ตามข่าวที่แชร์กันในโลกโซเชียล  หากประชาชนปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมาย ทางรัฐบาลแทบไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายบังคับเพิ่ม แต่เนื่องจากที่ผ่านมา หลังจากประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ โดยห้ามออกจากบ้านเวลา 22.00 -04.00 น. มีผู้ฝ่าฝืนทั่วประเทศ 1,000 กว่าคน  โดยดำเนินคดีประมาน 700 คน ตักเตือนไป 300 คน ในจำนวนนี้ต้องโทษถูกนำตัวเข้าเรือนจำ...

“วิษณุ” แจงฝ่าฝืนเคอร์ฟิวโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท

ทำเนียบฯ 3 เม.ย.- “วิษณุ” แจงประกาศเคอร์ฟิว หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2  ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหากยังไม่สามารถลดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ได้ อาจจะเพิ่มเวลาจาก 6 ชั่วโมง เป็น 8-10 ชั่วโมง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ให้พกบัตรประชาชนและหนังสือรับรองจากต้นสังกัด  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีแถลงรายละเอียดของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 2เรื่องเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักร ว่า  การประกาศดังกล่าวไม่ใช่การปิดประเทศ  เพราะหากปิดประเทศคือการปิดสนามบิน แต่ขณะนี้ยังเปิดให้สนามบินได้ใช้งานรองรับการบินขึ้นลง รับส่งคนที่จะเดินทาง ได้ตามปกติแต่มีความเข้มงวดของผู้จะเดินทางเข้าประเทศ  เพราะหลังจากนี้จะมีคนไทยจากหลายประเทศเดินทางเข้ามารวมถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ด้วย  แต่ได้ขอให้ชาวต่างชาติชะลอการเดินทางเข้าประเทศ ไปจนถึง15 เมษายน 2563 โดยหลังจากวันที่ 15 เมษายน จะมีการทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ชี้แจงให้เข้าใจตรงกันว่า การขนส่งสินค้าทั้งส่งออกและนำเข้ายังคงดำเนินได้ตามปกติ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับข้อกำหนดฉบับที่ 2 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเป็นการกำหนดห้ามบุคคลทุกคนทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหสถาน ที่พัก...

ธปท.เตรียมเสนอ 4 มาตรการ เข้า ครม. 7 เม.ย. ลดผลกระทบโควิด –19

กรุงเทพฯ 3 เม.ย.-ธปท.เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาออก 4 มาตรการ ทั้งพ.ร.ก.ทำซอฟท์โลน พยุงตราสารหนี้เอกชน ขยายเวลาคุ้มครองเงินฝากลดเงินนำส่งของสถาบันการเงิน เพื่อลดผลกระทบโควิด-19 นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าธปท.เตรียมเสนอมาตรการต่าง ๆ ให้คณะรัฐมตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการวันที่ 7 เมษายนนี้ เพื่อลดกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย 4  มาตรการประกอบด้วย 1.การออกพ.ร.ก.เพื่อจัดทำโครงการซอฟท์โลนพิเศษโดยตรงให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยเงินของธปท.เองซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโครงการสินเชื่อของธนาคารออมสินที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีขนาดเล็กทั้งนี้ ที่ผ่านมาธปท.ได้ทำงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์ในการนำเสนอมาตรการชุดต่าง ๆโดยเน้นไปที่ลูกค้ารายย่อยให้พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยระยะหนึ่งส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก็มาตรการอีกชุดแต่การแพร่ระบาดยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มจะขยายมากขึ้นจึงจำเป็นต้องขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยการพักเงินต้นและดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอีที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสินเชื่อที่เป็นสภาพคล่องใหม่เพื่อช่วยเหลือรายที่ขาดเงินทุนหมุนเวียนและดูแลให้ธุรกิจก้าวข้ามสถานการณ์วิกฤติไปได้ 2.การออกพ.ร.ก.เพื่อจัดทำมาตรการสร้างหลังพิงให้กับตลาดตราสารหนี้เอกชนเพื่อให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยศึกษาจากมาตรการของธนาคารกลางหลายประเทศพ.ร.ก.ดังกล่าวจะให้อำนาจธปท.สามารถซื้อตราสารหนี้เอกชนที่ครบกำหนดเพื่อไปชำระตราสารเดิมเฉพาะตราสารของบริษัทที่มีคุณภาพดีโดยจะต้องระดมทุนจากตลาดเอกชนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเพื่อทำหน้าที่เติมเต็มให้ตลาดตราสารหนี้เอกชนทำหน้าที่ได้ตามปกติซึ่งจะต้องมีเงื่อนไขคัดกรองว่าเป็นบริษัทที่ดี  ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธปท.ได้ร่วมกันพิจารณากลไกสำคัญที่จะช่วยดูแลตลาดตราสารหนี้เอกชนที่ปัจจุบันมีขนาดใหญ่ 3.5 ล้านล้านบาท เทียบกับสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาด 14 ล้านล้านบาท ขณะที่ผู้ถือตราสารหนี้เอกชนครอบคลุมประชาชนหลากหลายประเภทและองค์กรหลากหลาย เช่น กองทุนรวม สหกรณ์ออมทรัพย์กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนประกันสังคม กองทุนตราสารหนี้อีกทั้งภาคธุรกิจจำนวนมากอาศัยการกู้เงินผ่านตลาดตราสารซึ่งขณะนี้ได้รับผลกระทบที่ลุกลามมาจากตลาดตราสารหนี้โลกและความไม่แน่นอนเศรษฐกิจทำให้ตลาดตราสารเอกชนทำหน้าที่ไม่ปกติเหมือนทั่ว ๆ...

โฆษก สตช.ย้ำใครฝ่าฝืนเคอร์ฟิวจับทุกราย

ทำเนียบฯ 3 เม.ย.- โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำ ใครฝ่าฝืนเคอร์ฟิวหากไม่มีเหตุจำเป็น จับทุกราย หากพบเห็นผู้ทำผิด แจ้ง 191 ส่วนผู้มีความจำเป็นขอให้พกบัตรประชาชนและเอกสารที่หน่วยงานต้นสังกัดรับรอง  ระบุช่วยชาติได้แค่อยู่ในบ้านและเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)แถลงถึงแนวทางการปฏิบัติตัวของประชาชนในช่วงเคอร์ฟิวว่ามีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติตัว รองรับมาตรการต่างๆ ของด่านตรวจมีจุดตรวจคัดกรองรอยต่อระหว่างจังหวัดต่างๆ รวมถึงกรุงเทพมหานครจะมีการปรับจุดตรวจคัดกรอง ซึ่งขณะนี้มี 421 จุดเพื่อเน้นในการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้นและควบคุมการเดินทางข้ามจังหวัดเท่าที่จำเป็นเท่านั้นโดยจะมีการเพิ่มหน่วยความเร็ว สารวัตรทหาร จัดจุดตรวจคลอบคลุมทุกพื้นที่และจะมีการเพิ่มสายตรวจ   “กรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  พ.ร.บ.โรคติดต่อแห่งชาติและประกาศต่างๆ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นยืนยันว่าจะดำเนินการทุกข้อหากับผู้ที่ฝ่าฝืน” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า ผู้ที่มีความจำเป็นที่ต้องออกจากบ้าน ในเวลา 22.00-04.00 น.ตามที่ประกาศช่วงเวลาเคอร์ฟิวไว้ นอกเหนือจากผู้ที่ได้รับการยกเว้นจะต้องมีเอกสารกำกับ โดยพกบัตรประชาชน, เอกสารที่รับรองจากนายจ้างผู้ประกอบการ หรือผู้บังคับบัญชา ว่าเป็นใคร มาจากสังกัดไหนมีหน้าที่และมีความจำเป็นต้องปฎิบัติงานอย่างไร  หากมีเอกสารครบถ้วนก็สามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจ ให้พิจารณาเป็นกรณีไปได้  

ไทยหายแล้ว 581 ตายเพิ่ม 4 ติดเชื้อเพิ่ม 103

สำนักข่าวไทย 3 เม.ย. 63 - แถลงการณ์ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) โดยนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ประจำวันที่ 3 เม.ย. 63 ไทยติดเชื้อเพิ่ม 103 ราย หายแล้ว 581 ราย เหลือ 15 จังหวัดไม่มีผู้ติดเชื้อ สถานการณ์โลก ติดเชื้อ 1,014,296 ราย อาการหนัก  ราย รักษาหาย  ราย ตาย 47,181 ราย • อเมริกามียอดผู้ติดเชื้อ 214,482 ราย เป็นอันดับ 1 ของโลก สถานการณ์ในไทย • รักษาหาย 581 ราย • มี 15 จังหวัดยังไม่มีผู้ป่วย • พบผู้ป่วยรายใหม่ 103 ราย (ลำดับที่ 1,876-1,978) รวมผู้ป่วยสะสม 1,978 ราย สามารถแบ่งได้ 3 กลุ่ม...

รัฐบาลเตรียมประกาศเคอร์ฟิวเริ่มพรุ่งนี้

ทำเนียบรัฐบาล 2 เม.ย.-นายกฯ สั่งใช้ทุกช่องทางทำความเข้าใจประชาชนสร้างความมั่นใจการแก้ปัญหาโควิด-19 ยกระดับสถานการณ์ฉุกเฉินประกาศเคอร์ฟิว 4 ทุ่มถึงตี 4 ตั้งแต่พรุ่งนี้  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 : ศบค.)โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันทำงานด้วยความช่วยเหลือกัน ไม่ขัดแย้งและเสนอคณะรัฐมนตรีทุกมาตรการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการรองรับทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้านครบถ้วน เช่น ตราสารหุ้น การบรรเทาหนี้ การดำเนินการระบบภาษี ลดภาษีเมื่อสถานการณ์ยุติ ต้องมีมาตรการเพื่อการฟื้นฟู ด้านการลงทุนต่าง ๆที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ส่วนการดำเนินการในส่วนของงบประมาณต้องดำเนินการตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญซึ่งค่อนข้างมีขั้นตอนละเอียดและต้องใช้เวลา  ส่วนการนำเข้าสินค้าทางการแพทย์เตียง หน้ากาก N95 ชุด PPE นายกรัฐมนตรีสั่งการให้จัดหาให้เพียงพอต่อความต้องการขณะที่กระทรวงมหาดไทยแจ้งว่าได้ดำเนินการร่วมการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมบริหารจัดการด้านการขนส่งและกระจายหน้ากากอนามัยผ่านระบบการสื่อสารเพื่อให้หน้ากากอนามัยส่งถึงปลายทางให้เรียบร้อย อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีขอให้ทุกหน่วยงานทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการดำเนินการเรื่องต่างๆ ที่มีกฎระเบียบ ขั้นตอน รายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากอาจเกิดผลกระทบต่อส่วนรวมจึงขอให้ทุกหน่วยงานสร้างความเข้าใจกับประชาชนผ่านทุกช่องทางการสื่อสารของรัฐ เช่น เพจไทยคู่ฟ้า ไม่ให้เกิดการบิดเบือนเป็นประเด็นทางโซเชียล มีเดีย  ส่วนผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลที่ยังรวมกลุ่ม นั่งดื่ม ขอให้บังคับใช้กฎหมายลงโทษอย่างจริงจังเพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐบาลกำหนดนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ชะลอการเดินทางจากต่างประเทศเข้าประเทศไทยถึงวันที่ 15 เมษายน เพื่อเตรียมพื้นที่...

ด่วน! โรงรับจำนำ กทม.21แห่ง ลดดอกเบี้ยช่วยประชาชน

กทม.2เม.ย.-โรงรับจำนำ กทม.ลดดอกเบี้ย และขยายเวลาตั๋วรับจำนำเป็น 8 เดือน ช่วยประชาชนช่วงโควิด-19 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตการประกอบอาชีพของประชาชน  กทม.จึงได้เพิ่มมาตรการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของประชาชนโดยการปรับลดดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาในการรับจำนำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับประชาชนและยังช่วยให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ดีขึ้น ดังนี้ 1. ลดดอกเบี้ยรับจำนำวงเงินรับจำนำตั้งแต่ 1 – 5,000 บาท จากดอกเบี้ยร้อยละ 25 สตางค์ต่อเดือนเป็นร้อยละ 10 สตางค์ต่อเดือน // สำหรับวงเงินรับจำนำตั้งแต่ 5,000 – 15,000 บาท จากร้อยละ 1 บาทต่อเดือน เป็นร้อยละ 50 สตางค์ต่อเดือน  2....

กองปราบรวบ 5 โจ๋ มั่วสุมเสพยา เย้ยโควิด-19

กรุงเทพฯ 2 เม.ย.-กองปราบ รวบ 5 โจ๋ มั่วสุมเสพยาเย้ย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามมั่วสุมช่วงโควิด-19 นายเอกนรินทร์  อายุ 26 ปี และ พวก รวม 5. คน ถูกตำรวจกองกำกับการ 1 กองปราบปราม จับกุมข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองโดยผิดหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์)โดยผิดกฎหมาย”   จากการสืบสวน ตามข้อมูลที่ประชาชนแจ้งเบาะแสผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีการมั่วสุมยาเสพติดในพื้นที่ ซ.ลาดพร้าว 132 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ  จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบกลุ่มผู้ต้องหากำลังมั่วสุมเสพยาเสพติดอยู่บริเวณดังกล่าวริมกำแพงวัดจันทวงศาราม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัวผู้ต้องหาไปยังสน.ลาดพร้าว และได้ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลการตรวจเบื้องต้นมีผลเป็นบวก จึงได้นำตัวอย่างปัสสาวะส่งให้แพทย์โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีตรวจยืนยันผลทางวิทยาศาสตร์ผลการตรวจของแพทย์ยืนยันว่ามีสารเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะเจ้าหน้าที่ตำรวจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาส่งพนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าวต่อไป.-สำนักข่าวไทย

นายกฯ สั่งทำความเข้าใจกรณีเงินช่วยเหลือจากกระทบโควิด

ทำเนียบฯ 31 มี.ค.- นายกฯสั่งทำความเข้าใจกับประชาชนกรณีเงินช่วยเหลือเดือนละ 5,000 บาทเวลา 3 เดือนชี้หากไม่เข้าข่ายและได้รับสิทธิ์ จะต้องถูกเรียกเก็บเงินคืนยืนยันยังไม่คิดยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นหากยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ขู่ประชาชนลดการเดินทางเคลื่อนย้ายไม่เช่นนั้นอาจปิดให้บริการระบบขนส่งมวลชนทั้งหมด Loading... (function () { var script = document.createElement('script'); script.src = "//jsc.mgid.com/p/a/pattayamail.com.772989.js?t=" + ((d = new Date()) ? '' +...

รัฐบาลจ่อใช้แผนพิทักษ์มาตุภูมิสกัดโควิด-19

กองทัพบก 31 มี.ค.-  รัฐบาลจ่อใช้แผนพิทักษ์มาตุภูมิสกัดโควิด-19 ส่ง ผบ.หน่วย สำรวจโรงแรมอาสาฯ ใช้กักตัวผู้ป่วย มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกเพื่อรับทราบสถานการณ์โควิด-19  โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยต้องติดสถานการณ์และสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.)โดยสื่อสารผ่านทางไลน์  บางเรื่องมีความสำคัญสามารถนำมาศึกษาและปฏิบัติได้เลย นอกจากนี้รัฐบาลได้ใช้มาตราการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ตามลำดับ  และมีแนวทางการปฏิบัติโดยใช้แผนพิทักษ์มาตุภูมิ  นอกจากนี้  ให้ผู้บังคับหน่วยลงพื้นที่สำรวจ ที่พัก โรงแรมว่าสามารถดัดแปลงเพื่อเป็นโรงพยาบาลในการกักตัวผู้ป่วย จำนวน 14 วันได้หรือไม่ หากสามารถดำเนินการได้ ก็ขอให้สนับสนุนในการปรับปรุงโดยใช้แนวทาง จ.ชลบุรี เป็นโมเดลขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและภาคีในพื้นที่เพื่อระดมทุนเป็นค่าใช้จ่ายให้ผู้ที่ถูกกักตัวอยู่ที่บ้าน รวมถึงอสม.ที่ทำหน้าที่ดูแลควบคุมผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ในพื้นที่ สำหรับแผนพิทักษ์มาตุภูมิจะใช้กำลังประจำถิ่นกำนัน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบล  ตำรวจและทหาร ใช้ส่วนรวมในการตรวจคัดกรอง.- สำนักข่าวไทย

Latest Stories