อพท.ยกชุมชนนาเกลือ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระดับ C นำวิถีประมงพื้นบ้าน และตลาดเก่านาเกลือ ชูโรง

0
229
งานเดินกินถิ่นนาเกลือ ที่จัดอยู่ในปฏิทินส่งเสริมการท่องเที่ยว ของเมืองพัทยา ถือได้ว่ากิจกรรมนี้ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
งานเดินกินถิ่นนาเกลือ ที่จัดอยู่ในปฏิทินส่งเสริมการท่องเที่ยว ของเมืองพัทยา ถือได้ว่ากิจกรรมนี้ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

เมื่อ 22 พฤษภาคม 61 ที่ ศาลาว่าการเมืองพัทยา พลตำรวจตรี พินิต มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา เปิด เผยว่า แนวทางการพัฒนาชุมชนเป้าหมายตามระดับศักยภาพแบ่งเป็น 3 ระดับ คือเป็นชุมชนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนระดับสูง (Track A) คือชุมชนที่มีผลคะแนนการสำรวจศักยภาพตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทยร้อยละ 80 ขึ้นไป ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเชื่อมโยงและส่งเสริมการตลาด เช่นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการท่องเที่ยว การสร้างแบรนด์ทางการท่องเที่ยวให้แก่ชุมชน และประชาสัมพันธ์และการส่งเสริมการตลาด เป็นต้น รวมทั้งเป็นชุมชนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนระดับกลาง (Track B) คือชุมชนที่มีผลคะแนนการสำรวจศักยภาพตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยว โดยชุมชนของประเทศไทยร้อยละ 50-79.99 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ให้มีคุณภาพ เพื่อสร้างความพร้อม ในการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยว เช่นการพัฒนารายการนำเที่ยว การบริการนำเที่ยว การสื่อความหมาย การทดลองกิจกรรมท่องเที่ยว การค้นหากลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่เหมาะสม และการพัฒนาของฝาก ของที่ระลึกและองค์ประกอบของการดำรงชีวิตของคนท้องถิ่น

สะพานยาวนาเกลือ ถูกจัดสถานที่รองรับการท่องเที่ยว ในงานเดินกินถิ่นนาเกลือ
สะพานยาวนาเกลือ ถูกจัดสถานที่รองรับการท่องเที่ยว ในงานเดินกินถิ่นนาเกลือ

จากการสำรวจศักยภาพเบื้องต้น ของ อพท.นั้น ยกให้ชุมชนนาเกลือได้คะแนน 36.55 ระดับการพัฒนา C (ระดับต้น)  ตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ จำนวน 168 ชุมชนใน 8 เขตพัฒนาการท่องเที่ยว ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งควรได้รับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้เป็นชุมชนเป้าหมาย ตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมจากคนท้องถิ่นนาเกลือ ได้เผยว่า ถึงแม้ว่าชุมชนนาเกลือจะได้คะแนนในระดับ C แต่ด้วยความที่มีเอกลักษณ์ การใช้ชีวิตของคนท้องถิ่น ที่อยู่กับธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง และในบางส่วนทำการเกษตร ทำนาเกลือ ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายตามแบบบรรพบุรุษ มีรายได้พอเลี้ยงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวอย่างสบาย ทั้งยังมีทรัพยากรและประเพณีท้องถิ่นอันดีงาม อีกทั้งยังได้รับการผลักดันจากภาครัฐ เช่น ป่าชายเลนบริเวณคลองนกยาง ที่เป็นสถานอนุบาลสัตว์น้ำน้อยใหญ่ ซึ่งนับว่าหาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน งานวันไหล งานกองข้าว งานเดินกินถิ่นนาเกลือ ถือได้ว่าเป็นที่รู้จักได้อย่างแพร่หลาย แต่ที่ยังประสบปัญหาในด้านลบก็คือ เรื่องทรัพย์ยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมลงไปจากภัยของการเติบโตด้านการท่องเที่ยว และประชากรที่เพื่มมากขึ้นในทุกๆปี ส่งผลให้มีขยะเพิ่มมากขึ้น มีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงทะเลเพิ่มมากขึ้น ทำให้ระบบนิเวศน์ ทางทะเลที่เคยอุดมสมบูรณ์เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน แม้ว่าขณะนี้ทางเมืองพัทยาจะมีการเข้ามาบริหารจัดการลดปัญหาต่างๆเหล่านี้อย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างหายขาด เพราะหากคนส่วนใหญ่ยังมีความมักง่าย และเห็นแก่ตัวกันอยู่ ก็จะเป็นได้แค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

พลตำรวจตรีพินิต มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา ยังได้เสริมอีกว่า ได้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพพื้นฐานการบริหารจัดการการท่องเที่ยว โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนให้เข้มแข็ง เช่นการสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะของคนในชุมชน  การพัฒนากลุ่มให้เข้มแข็ง การสร้างการมีส่วนร่วมและการสร้างมูลค่าทรัพยากรการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการบูรณาการ การดำเนินงานพัฒนาชุมชนเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นไปตามนโยบาย ของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ   ซึ่งสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยวกำลังเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกระบวนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง สร้างการปลูกจิตสำนึกการมีส่วนร่วม ในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ในการช่วยกันดูแลฟื้นฟู เพราะเรื่องแบบนี้จะหวังพึ่งภาครัฐอย่างเดียวก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ อย่างแน่นอน ที่สำคัญคือภาคประชาชน ต้องร่วมด้วยช่วยกัน หันมาใส่ใจหวงแหนท้องถิ่นของตนเอง.