ผับ-บาร์ เมืองพัทยาเริ่มท้อแท้ ไร้นักท่องเที่ยวต่างชาติ บางร้านทยอยปิดตัว ลดภาระค่าใช้จ่าย

0
70

เมื่อช่วงกลางคืน วันที่ 20  ตุลาคม 63 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศ ผับ-บาร์ ในพื้นที่เมืองพัทยา อาทิ ซอยยามาโต้  ถนนเรียบชายหาดและวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา มารีนพลาซ่าพัทยาใต้  พบว่า มีความเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร ทุกร้านบรรยกากาศเงียบเหงา เนื่องจากผับบาร์เหล่านี้ เปิดมาเพื่อให้บริการกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก กว่า 90 %  และมีนักท่องเที่ยวไทยเป็นส่วนน้อย ประมาณ 10 % เท่านั้น  เราะนิยมจะพาครอบครัวไปพักผ่อนแถวชายหาด ในเมืองพัทยา และร้านอาหารหรือผับย่านพัทยาสายสาม เพราะในส่วนนี้จะเป็นที่นิยมในกลุ่มคนไทย สำหรับผับบาร์ ที่เปิดให้บริการชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่เงียบสนิท  จากการสำรวจพบว่า ร้านนวด  ผับบาร์ หลายแห่งบริเวณวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา มารีนพลาซ่า อาทิ ร้าน Rass  มิกซ์ผับ บาร์มารีน ฯลฯ  ยังไม่เปิดให้บริการ เนื่องจากไม่คุ้มทุนในการเปิด  เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ


นางดวงดาว เมสัน ผู้ประกอบการผับบาร์ซอยยามาโต้ ที่เปิดให้บริการมาเกือบ 20 ปี เผยว่า ที่ผ่านมาหลายยุคหลายสมัยช่วงรุ่งๆ ได้กำไรวันละหลายหมื่นถึงแสนบาท  แต่ปัจจุบันช่วงก่อนโควิด-19 ยังเปิดเป็นบาร์เบียร์ชื่อเดอะด๊อกโบล็อคบาร์ พอมีนักท่องเที่ยวบ้าง แต่ปัจจุบันแทบไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเลย หลังจากนั้นในช่วงโควิด ได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร ชื่อนัมเบอร์วันจูน  ซึ่งปัจจุบันอาศัยเพียงกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองพัทยา ก็ไม่สามารถที่จะสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ จึงได้หยุดกิจการร้านอาหารไปก่อน และขายแต่เครื่องดื่ม เพราะไม่คุ้มค่าลงทุน ในการซื้อวัตถุดิบมาทำอาหาร ลงทุนวันละพันบาท ขายได้ไม่ถึงวันละ 200 บ.  ส่วนร้านนวดที่อยู่ข้างกัน ก็พึ่งปิดตัวลงไปเมื่อเดือนที่แล้ว เพราะสู้ค่าเช่าเดือนละกว่า 30,000 บาท ไม่ไหว โดยตนเองก็คาดว่า กำลังจะปล่อยเซ้งร้าน หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ภายในสิ้นปีนี้  

ทางด้าน นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า จากการอัพเดทสถานการณ์ และปัญหาด้านการท่องเที่ยวล่าสุด ทราบว่าปัจจุบันทางภาครัฐมีนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ Special Tourism Visa แต่จริงๆแล้วมีปัญหาและอุปสรรคในเรื่องข้อปฏิบัติ เช่น โรงแรมผู้กักตัวที่ผู้เข้าพักจ่ายเงินเองที่รัฐกำหนด ว่าต้องพักในโรงแรม ASQ หรือ Alternative State Quarantine ใน กทม.แต่มาระยะหลังส่วนกลางดำเนินการจัดสรรให้ไม่ทัน จึงกระจายอำนาจลงมาสู่ท้องถิ่น และให้ตรวจมาตร ฐานโรงแรมที่ใช้ในการกักตัว 14 วันได้ที่เรียกว่า ASLQ หรือ Alternative State Local Quarantine โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และสาธารณสุขจังหวัด เป็นผู้ตรวจมาตรฐานและรับรอง โดยในส่วนของเมืองพัทยาปัจจุบันมีโรงแรมที่เสนอตัวเป็น ASLQ แล้วทั้งสิ้น 13 โรง แต่ผ่านการตรวจไปได้แค่ 3 โรง จึงอยากให้ทางจังหวัดชลบุรีเร่งรัดในกรณีดังกล่าวด้วย.