จัดเวทีฟังความเห็นชาวชลบุรี เสริมแกร่งท่องเที่ยวภาคตะวันออก หรือ EEC

0
378
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการสัมมนาและประชุมกลุ่มย่อย เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการสัมมนาและประชุมกลุ่มย่อย เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 61 ที่ห้องสัมมนานันทา เอบี สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการสัมมนาและประชุมกลุ่มย่อย เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

ภายใต้โครงการจัดทำแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2560 – 2564 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา ประชาชนในพื้นที่ และสื่อมวลชน จากจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงาน

ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก”  โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาร่วมเสวนา ได้แก่ นางสาวพจณี อรรถโรจน์ภิญโญ รองเลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี), นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา และ ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สำหรับแนวทางการพัฒนาที่สำคัญมี 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1. การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เช่น ส่งเสริมให้เกิดเทรนด์ท่องเที่ยวใหม่ สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (Man-made Attractions) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาไปที่สนามบินอู่ตะเภาเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่กับการท่องเที่ยวเชิงชุมชนและวิถีชีวิตชุมชน การจัดพื้นที่ (Zoning) เพื่อการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพและการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ EEC เป็นต้น 2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งกระจายตัวนักท่องเที่ยวไปสู่เมืองท่องเที่ยวรอง ด้วยการสนับสนุนการลงทุนพัฒนาคมนาคมและโลจิสติกส์ภายใต้แผนงาน EEC เช่น ระบบขนส่งจากสนามบินอู่ตะเภาสู่เมืองหลัก พัฒนาท่าเทียบเรือสำราญ (Cruise) และส่งเสริมการขยายเส้นทางเรือและเรือสำราญ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินอู่ตะเภา และรถไฟรางเบา (Tram) ภายในพัทยา เป็นต้น 3. การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเพียงพอต่อความต้องการของตลาด และครอบคลุมทุกสาขาการท่องเที่ยว โดยใช้ “สัตหีบโมเดล” ในการเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากร และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว 4. การสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว เสริมสร้างภาพลักษณ์คุณภาพเเละความปลอดภัยให้กับพื้นที่ EEC โดยเฉพาะการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เช่น โครงการพัฒนาเสริมสร้างระบบการรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัดระยอง โครงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) พร้อมอุปกรณ์บริเวณชายหาด เป็นต้น ส่วนการลงทุนนั้น ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณจาก PPP เนื่องจากเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ รองลงมาจึงจะเป็นงบประมาณในส่วนของภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจตามลำดับ

โดยมีเป้าหมายของแผนภายในปี พ.ศ.2564 ได้แก่ จำนวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ EEC เพิ่มขึ้น จาก 29.89 ล้านคน

เป็น 46.72 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จาก 285,572 ล้านบาท เป็น 508,590 ล้านบาท มีระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ที่มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทั้งภายในจังหวัดและระหว่าง 3 จังหวัด มีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัดเพิ่มขึ้น เช่น ห้องน้ำ ป้ายบอกทาง เส้นทางจักรยาน Application ทางการท่องเที่ยว มีมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดในแหล่งท่องเที่ยวอย่างน้อย 200 จุด ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและเขตเทศบาล และมีสถาบันและบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล เป็นต้น

ทั้งนี้ พื้นที่ จ.ชลบุรี เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากและมีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่น ทันสมัย จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็น Modern of the East เมืองท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ สุขภาพและนันทนาการ เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม S-Curve ด้านสุขภาพและการแพทย์ เป็นศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศไทย

ภายหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ในครั้งนี้ คณะทำงานจะจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการพัฒนาในหมวดอื่นๆ ต่อไป เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงแผนการดำเนินงานให้สอดรับความต้องการของคนในพื้นที่และยกระดับคุณภาพคุณภาพชีวิตของชุมชน ตลอดจนก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวของโลกในอนาคต.