คลายล็อกเฟส 5 ผับ-บาร์ กลับมา ผู้ประกอบการปรับราคาฮึดสู้ยุคโควิด

เมื่อ 30 มิถุนายน 63 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบาร์เบียร์ ในเมืองพัทยา บริเวณถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา ในการเตรียมความพร้อมเปิดผับ-บาร์ในการคลายล็อกเฟส 5 โดยผู้ประกอบการบาร์เบียร์ได้มีการทำความสะอาดร้าน โต๊ะ เก้าอี้ใหม่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นพร้อมปรับราคาฮึดสู้ยุคโควิด-19  การจำหน่ายอาหารและเครื่อมดื่มในราคาลด 20%  เพื่อประคับประคองธุรกิจเพื่อความอยู่รอด

นางสาวแก้ว ผู้ประกอบการบาร์เบียร์ ย่านซอย 7 ชายหาดพัทยา เผยว่า ช่วงก่อนหน้าที่จะมีกการคลายล๊อกเฟส 5  พนักงานสาวบาร์ที่ร้านได้ทยอยกลับภูมิลำเนาที่ต่างจังหวัดกันหมด เพราะไม่มีงานทำ บางคนก็หันไปเป็นเด็กเสิร์ฟทำงานกลางวัน ในตอนนี้ที่ร้านคงจะทดลองเปิดขายเอง โดยทำกันแบบครอบครัว ขายอาหารและเครื่องดื่มเอง โดยลดราคาลงจากเดิม 20 % เช่น เครื่องดื่มเคยขายขวดละ 100 ก็เหลือประมาณ 80 บาท เอากำไรนิดหน่อยและประคับประคองธุรกิจให้ผ่านไปได้ในช่วงนี้ไปก่อน


โดยที่ร้านก็มีกลุ่มลูกค้า ชาวต่างๆชาติที่อยู่ในเมืองพัทยา เช่นกลุ่มชาวเยอรมัน อังกฤษ คนไทย และอื่นๆจำนวนหนึ่งที่แวะเวียนมาอุดหนุนกันเป็นประจำ ก็คาดว่าน่าจะพอมีรายได้เลี้ยงชีพไปได้ ส่วนพนักงานที่อยากกลับมาทำงาน ก็จะรับเข้ามาให้มาช่วยเป็นเด็กเสิร์ฟ ช่วยดูแลร้านไปก่อนตามสถานการณ์เป็นการช่วยเหลือกันไป  และยังสามารถช่วยให้วิน จยย.รับจ้างได้มีงานทำ มีการส่งลูกค้า กลุ่มสาวบาร์และฝรั่ง เพราะที่ผ่านมา วิน จยย.กลับบ้านกันหมดตั้งแต่ 3 ทุ่ม เพราะไม่รู้จะวิ่งรับใคร เพราะไม่มีคนผ่านไปมาช่วงก่อนคลายล๊อค เฟส 5 เงียบจริงๆแต่ก็หวังว่าสถานการณ์จะค่อยดีขึ้นตามลำดับ  และจะปฎิบัติตาม 22 มาตราการการควบคุมโรคของภาครัฐอย่างเคร่งครัด

ทางด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.เผยว่า เล็งเพิ่มผ่อนคลายคนเข้าประเทศเนื่องจาก ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 28 วัน ถือเป็นสองเท่าของระยะฟักเชื้อ เป็นที่น่าไว้วางใจมากขึ้น คณะกรรมการกลั่นกรองกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คุยกันว่าเราแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่มที่จะผ่อนคลาย คือ 1.กลุ่มเป้าหมายที่ตอบรับการกักตัวก่อนเข้าประเทศ แบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย ได้แก่ นักธุรกิจ นักลงทุน ที่ลงทะเบียนไว้ 700 คน กลุ่มแรงงานมีฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญ ที่จะเข้ามาทำงานด้านธุรกิจ ประมาณ 2.2 หมื่นคน กลุ่มคนต่างด้าวที่มีครอบครัวเป็นคนไทย 2 พันกว่าคน และนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ต้องการเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาล 3 หมื่นกว่าคน โดย 4 กลุ่มนี้จะมีการเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ว่าสามารถทำได้เลย เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนธุรกิจ พิจารณากลุ่มมาไม่ต้องกักตัว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า 2.การจับคู่การเดินทางระหว่างประเทศที่มีความปลอดภัยจากโควิด-19 สูง (ทราเวล บับเบิล) เป็นกลุ่มที่ขอผ่อนผันไม่อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ แบ่งเป็น นักธุรกิจ นักลงทุน เพราะเข้ามาเจรจาธุรกิจในระยะสั้นๆ 3-5 วัน แขกของรัฐบาลหรือส่วนราชการ ที่เชิญมาประชุมหรือมาเป็นวิทยากร เข้ามาเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มาในระยะสั้น การกักตัวจึงไม่เหมาะสม กลุ่มนักท่องเที่ยวตามโครงการทราเวลบับเบิล กลุ่มนี้ต้องคิดกันเยอะ ต้องมีมาตรการมากเพื่อรองรับ เพราะมีจำนวนมากที่ต้องการเข้ามา เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็น 3 ประเทศหลักที่นิยมมาประเทศไทย และ 3 ประเทศนี้ก็พยายามควบคุมดูแล มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะดูแลพวกเขา โดยคณะกรรมการกลั่นกรองฯจะนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เพื่อพิจารณา.