กลุ่มเงินทุน ร่วมงานมหกรรมการเงินพัทยา ครั้งที่ 8 ประจำปี 2018

0
303
นายสาระ ล่ำซ่ำ นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย, คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงาน MONEY EXPO THAILAND , นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการะทรวงการคลัง, พลตำรวจตรีอนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา, คุณพะงา วรรธนะกุล กรรมการผู้จัดการ รอยัล คลิฟ โฮเต็ล กรุ๊ป พัทยา , คุณภาคนี วิริยะรังสหฤษฎ์ รองประธานจัดงาน Money Expo Thailand.
นายสาระ ล่ำซ่ำ นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย, คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงาน MONEY EXPO THAILAND , นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการะทรวงการคลัง, พลตำรวจตรีอนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา, คุณพะงา วรรธนะกุล กรรมการผู้จัดการ รอยัล คลิฟ โฮเต็ล กรุ๊ป พัทยา , คุณภาคนี วิริยะรังสหฤษฎ์ รองประธานจัดงาน Money Expo Thailand.

เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 61 ณ ศูนย์ประชุมพีช พัทยา จังหวัดชลบุรี ได้มีการเปิดงานมหกรรมการเงินพัทยา ครั้งที่ 8 “Money Expo Pattaya 2018 โดยมี นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการะทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายสันติ วิริยะรัสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน และ นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ รองประธานจัดงานมหกรรมการเงิน รวมถึงคณะผู้บริหารเมืองพัทยา พลตำรวจตรีอนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา กล่าวตอนรับคณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และคณะนายธนาคาร นักธุรกิจภาคตะวันออก เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายใต้แนวคิด “ Wealth Transformation “ หรือ มิติใหม่แห่งความมั่งคั่ง

ภายในงานมีกิจกรรมของสสถาบันทางการเงิน และนักลงทุน ประเดิมแข่งโปรโมชั่นพิเศษ มัดใจลูกค้าภาคตะวันออก ประเภทสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล ในอัตราดอกเบี้ย 0% อนุมัติเบื้องต้นทันทีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น โดยเฉพาะสินเชื่อ SME ให้วงเงินกู้สูงสุด 100 ล้านบาท เงินฝากดอกเบี้ย 1.7% อีกยังมีประกันชีวิต – ประกันภัยเบื้ย ผ่อนได้ 0% งานนี้มีขึ้นเพียง 3 วัน ระหว่าง 9-11 กุมภาพันธ์ 61

การจัดงาน MONEY EXPO PATTAYA 2018 ซึ่งเป็นที่ 8 เนื่องจากเมืองพัทยาเป็น 1 ในเมืองท่องเที่ยวและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างชาติ และยังเป็นจุดศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร ธุรกิจบริการและพาณิชยกรรม ในภูมิภาคตะวันออก  มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ  มีการจัดงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากกว่า 90% ของแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ประชากรส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพด้านการค้า และการบริการในรูปต่าง ๆ นอกจากนั้นยังประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การประมง และการค้าขาย ประชากรมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 181.840 บาทต่อคน ต่อปี

เมืองพัทยาไม่เพียงแต่เป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ยังมีศักยภาพในตลาดการจัดประชุมสัมมนา นิทรรศการ MICE  และมีความพร้อมทั้งในด้านที่สถานที่จัดงาน โรงแรม ที่พักทุกระดับ มีขีดความสามารถที่จะพัฒนาสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระดับโลกและเป็นมหานครศูนย์กลางภูมิภาค 1 ในยุทธศาสตร์สำคัญของแผนการพัฒนาของประเทศไทย

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดว่า งานมหกรรมการเงินนับว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยสนับสนุนภาครัฐในการให้ความรู้และขยายโอกาสทางการเงินด้านต่าง ๆ ให้กับประชาชนซึ่งนับว่ามีส่วนช่วยในการนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ  เพื่อสร้างความเจริญเติบโตต่อเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง กระจายความเจริญทางเศรษฐกิจในภูมิภาคแบบยั่งยืน  สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2561 มีแนวโน้มจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องร้อยละ 4.2 ต่อปี โดยมีการใช้จ่ายภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งจะสะท้อนได้จากวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนภาครัฐที่เพิ่มชึ้น โดยตั้งไว้ที่ประมาณ 660,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.3 ของ GDP การจัดทำงบประมาณกลาง 2561 วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท

นายวิสุทธิ์ ฯ ยังกล่าวต่ออีกว่า การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC รัฐบาลเร่งพัฒนาให้พื้นที่ EEC เป็นบ้านของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เนื่องจากภาคตะวันออก นอกจากจะตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมต่อกับภูมิภาคอาเซียนแล้ว ยังเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ หรือกล่าวได้ว่า เศรษฐกิจของภาคตะวันออกใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวม คิดเป็นร้อยละ 46.08 ของ GDP นักลงทุนต่างประเทศได้แสดงความสนใจที่ลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายโดยจะมีการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 147 โครงการ มูลค่ารวม 109,116 ล้านบาท จำแนกเป็น จังหวัดชลบุรี จำนวน 83 โครงการมูลค่า 27,848 ล้าน บาท จังหวัดระยอง จำนวน 46 โครงการ มูลค่า 53,764 ล้านบาท จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 18 โครงการ มูลค่า 27,504 ล้านบาท

นอกจากนี้ภาคตะวันออก ยังเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ อาทิ การพัฒนาทางบก  มีโครงการที่สำคัญเช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อ 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และ สนามบินอู่ตะเภา โดยคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญากับนักลงทุนในเดือนกันยายน 2561 และสามารถเปิดทำการได้ในปี 2566 นอกจากนี้ยังมี โครงการรถไฟทางคู่ และโครงการมอเตอร์เวย์พัทยา – มาบตาพุต

สำหรับการพัฒนาทางน้ำนั้น มีโครงการสำคัญ การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เป็นทางเรือหลักในการขนส่งตู้สินค้าและรถยนต์และเป็นประตูสู่อินโดจีน ศูนย์กลางโลจิสติกส์ และศูนย์กระจ่ายสินค้าที่สำคัญของอาเซียน และการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ให้เป็นท่าเรือสำหรับเรือบรรทุกสินค้าของเหลว และก๊าซธรรมชาติ และรองรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นสูงของประเทศ

การพัฒนาทางอากาศ มีโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เพื่อยกระดับให้เป็นสนามบินมาตรฐานนานาชาติ สามารถรองรับธุรกิจขนส่งสินค้า และโลจิสติกส์ได้อย่างครบวงจร ปัจจุบันอยู่ในกระบวนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมการลงทุนใน PPP และคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาในเดือนกรกฎาคม 2561 จะสามารถเปิดทำการได้ปี 2564

“การลงทุนในพื้นที่ EEC เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านกลไกการร่วมลงทุนของภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ก่อให้เกิดการผลิต การจ้างงานและสามารถกระจายความมั่งคั่งให้กับประชาชนในพื้นที่ ทำให้ประชาชนมีงานทำ สร้างรายได้ และสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน”  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าว