อัยการฟ้อง 9 ข้อหาหนัก “กอล์ฟ” มือยิงชิงทองลพบุรี

0
43

กทม. –  อัยการฟ้อง “กอล์ฟ” 9 ข้อหาหนัก ใช้ปืนยิงชิงทองออโรร่า ที่ลพบุรีตาย 3 คน บาดเจ็บหลายรายพร้อมยื่นฟ้องต่อศาลให้ลงโทษสถานหนัก และพิจารณาโดยรวดเร็ว

นายสิงห์ชัยทนินซ้อน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา และนายประยุทธ เพชรคุณรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมกันแถลงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือผอ.กอล์ฟ ใช้อาวุธปืนออโตเมติค ติดลำกล้อง ก่อเหตุชิงทรัพย์ห้างทองออโรร่าในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา

ว่าคดีนี้เป็นการก่อเหตุสะเทือนขวัญใช้อาวุธร้ายแรงทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย สื่อมวลชนและประชาชนให้ความสนใจติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องจึงเข้าลักษณะคดีสำคัญจึงมีคำสั่งให้ตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาสำนวนคดีและเมื่อพิจารณาสำนวนสอบสวนคดีแล้วพบว่ามีความสมบูรณ์ไม่ต้องสอบสวนเพิ่มจึงมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาในความผิด  9 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย 1.ฆ่าผู้อื่นเพื่อประเตรียมการเพื่อกระทำความผิดอย่างอื่น 2.พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดอย่างอื่น  3.ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธปืนและยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 

และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน อีก 6 ข้อหา โดยอัยการจะนำสำนวนพร้อมผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลอาญาวันนี้ (20 ก.พ.)  ส่วนเนื้อหาในสำนวนคดีของพนักงานสอบสวนส่งให้พนักงานอัยการมีผู้ต้องหาก่อเหตุเพียงคนเดียวนั้นได้บรรยายฟ้องขอให้ศาลลงโทษจำเลยสถานหนักและขอให้มีการพิจารณาโดยรวดเร็วเพราะเป็นเหตุสะเทือนขวัญ  ทั้งนี้ผู้เสียหายสามารถร้องขอเป็นโจทก์ร่วมกับทางอัยการและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายโดยต้องยื่นคำร้องต่อศาลอาญาก่อนที่อัยการจะเริ่มสืบพยานซึ่งอัยการได้ประสานพนักงานสอบสวนให้ติดต่อผู้เสียหายเพื่อดำเนินการร้องขอให้อัยการร้องขอต่อศาลให้สั่งจ่ายค่าเสียหายเพื่อไม่ต้องหาทนายความมาฟ้องร้องเอง 

คดีนี้แม้ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาจะรับสารภาพก็จะต้องมีการสืบพยานเพราะเป็นคดีมีอัตราโทษสูงคณะทำงานของอัยการจะกำหนดพยานที่มีความสำคัญเพื่อพิสูจน์ให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยแต่ถ้าจำเลยกลับคำให้การ เป็นปฏิเสธอัยการจะกำหนดพยานเต็มรูปแบบทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุและร้องขอให้ศาลสืบพยานและพิจารณาคดีโดยเร็ว  ในการสืบพยานจะทำการสืบพยานที่ศาลอาญา ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ไปยังพยานในพื้นที่จังหวัดลพบุรี  วัตถุพยานที่สำคัญอย่าง อาวุธปืนนั้นได้ถูกนำมาประกอบสำนวนแล้วแต่ท่อเก็บเสียงนั้นจำเลยโยนทิ้งน้ำไปไม่สามารถเก็บเข้ามาใช้ประกอบสำนวนได้จึงใช้เปรียบเทียบท่อเก็บเสียงในแหล่งที่มาเดียวกัน ส่วนพยานบุคคลคดีนี้จำเลยใส่หมวกโม่งคลุมศรีษะไม่มีประจักษ์พยานยืนยันได้ชัดเจนจึงใช้การสืบพยานแวดล้อมอย่างละเอียดรัดกุมขอยืนยันว่าอัยการจะนำสืบพยานให้ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ได้รับสารภาพเพราะสำนึกในการกระทำผิดแต่รับสารภาพเพราะจำนนด้วยหลักฐานและจำเลยลงมือก่อเหตุด้วยความโหดเหี้ยมทารุณ.-สำนักข่าวไทย 

Loading…