ธปท.เตรียมเสนอ 4 มาตรการ เข้า ครม. 7 เม.ย. ลดผลกระทบโควิด –19

0
172

กรุงเทพฯ 3 เม.ย.-ธปท.เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาออก 4 มาตรการ ทั้งพ.ร.ก.ทำซอฟท์โลน พยุงตราสารหนี้เอกชน ขยายเวลาคุ้มครองเงินฝากลดเงินนำส่งของสถาบันการเงิน เพื่อลดผลกระทบโควิด-19

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าธปท.เตรียมเสนอมาตรการต่าง ๆ ให้คณะรัฐมตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการวันที่ 7 เมษายนนี้ เพื่อลดกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย 4  มาตรการประกอบด้วย 1.การออกพ.ร.ก.เพื่อจัดทำโครงการซอฟท์โลนพิเศษโดยตรงให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยเงินของธปท.เองซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโครงการสินเชื่อของธนาคารออมสินที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีขนาดเล็กทั้งนี้ ที่ผ่านมาธปท.ได้ทำงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์ในการนำเสนอมาตรการชุดต่าง ๆโดยเน้นไปที่ลูกค้ารายย่อยให้พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยระยะหนึ่งส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก็มาตรการอีกชุดแต่การแพร่ระบาดยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มจะขยายมากขึ้นจึงจำเป็นต้องขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยการพักเงินต้นและดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอีที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสินเชื่อที่เป็นสภาพคล่องใหม่เพื่อช่วยเหลือรายที่ขาดเงินทุนหมุนเวียนและดูแลให้ธุรกิจก้าวข้ามสถานการณ์วิกฤติไปได้

2.การออกพ.ร.ก.เพื่อจัดทำมาตรการสร้างหลังพิงให้กับตลาดตราสารหนี้เอกชนเพื่อให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยศึกษาจากมาตรการของธนาคารกลางหลายประเทศพ.ร.ก.ดังกล่าวจะให้อำนาจธปท.สามารถซื้อตราสารหนี้เอกชนที่ครบกำหนดเพื่อไปชำระตราสารเดิมเฉพาะตราสารของบริษัทที่มีคุณภาพดีโดยจะต้องระดมทุนจากตลาดเอกชนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเพื่อทำหน้าที่เติมเต็มให้ตลาดตราสารหนี้เอกชนทำหน้าที่ได้ตามปกติซึ่งจะต้องมีเงื่อนไขคัดกรองว่าเป็นบริษัทที่ดี 

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธปท.ได้ร่วมกันพิจารณากลไกสำคัญที่จะช่วยดูแลตลาดตราสารหนี้เอกชนที่ปัจจุบันมีขนาดใหญ่ 3.5 ล้านล้านบาท เทียบกับสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาด 14 ล้านล้านบาท ขณะที่ผู้ถือตราสารหนี้เอกชนครอบคลุมประชาชนหลากหลายประเภทและองค์กรหลากหลาย เช่น กองทุนรวม สหกรณ์ออมทรัพย์กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนประกันสังคม กองทุนตราสารหนี้อีกทั้งภาคธุรกิจจำนวนมากอาศัยการกู้เงินผ่านตลาดตราสารซึ่งขณะนี้ได้รับผลกระทบที่ลุกลามมาจากตลาดตราสารหนี้โลกและความไม่แน่นอนเศรษฐกิจทำให้ตลาดตราสารเอกชนทำหน้าที่ไม่ปกติเหมือนทั่ว ๆ ไปจึงต้องมีมาตรการช่วยเหลือ

3.ธปท.จะมีมาตรการขยายระยะเวลาคุ้มครองเงินฝากซึ่งตามกำหนดเดิมเดือนสิงหาคม 2563 วงเงินคุ้มครองเงินฝากจะลดลงจาก 5 ล้านบาท เหลือ 1 ล้านบาทซึ่งสถาบันคุ้มครองเงินฝากเสนอให้ยืดระยะเวลาออกไปอีก 1 ปี  เพื่อยังคงให้คุ้มครองเงินฝาก 5 ล้านบาทต่อไปถึงเดือนสิงหาคม 2564 เพื่อช่วยลดความกังวลของประชาชน และ 4.ธปท.จะให้สถาบันการเงินลดการนำเงินสมทบกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินจากเดิมอัตรา 0.46% จะลงเหลือ 0.23% ในระยะเวลา 2 ปีเพื่อลดต้นทุนให้กับสถาบันการเงินซึ่งหวังว่าจะนำไปสู่การลดดอกเบี้ยให้กับประชาชน .- สำนักข่าวไทย

Loading…