ชาวคะฉิ่นในไทยต้านรัฐประหาร หน้าสถานทูตเมียนมาเชียงใหม่ เรียกร้องเสรีภาพ

ชาวคะฉิ่นในประเทศไทย นักรวมตัวต่อต้านรัฐประหารของทหารพม่า หน้าสถานทูตเมียนมาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยื่น 4 ข้อเรียกร้องยุติการทำรัฐประหารและคืนอำนาจให้กับประชาชนพม่า

เมื่อ 10.00 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 64  พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือกเชียงใหม่ พร้อมกำลังตำรวจ กว่า 30 นาย เข้าตรึงพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าสถานทูตพม่าประจำจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากมีกลุ่มม็อบผู้ประท้วงการต่อต้านรัฐประหาร ซึ่งเป็นกลุ่มชาวคะฉิ่นในประเทศไทย จำนวนกว่า 200 คน เดินทางมารวมตัวกันและถือป้ายประท้วงการรัฐประหารของทหารพม่า โดยเขียนข้อความต่างๆ และนำรูปนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรค NLD ที่ยังถูกควบคุมตัวในพม่ามาแสดงด้วย ขณะที่มีแกนนำใช้โทรโข่งพูดปลุกใจผู้มาชุมนุม ขณะที่บรรดาม็อบได้ตะโกน Free Burma หรือปล่อยให้พม่ามีอิสระภาพ 


ทั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมใส่แมส และการเว้นระยะห่างเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่รระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมีการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยขอให้แกนนำ 4 คน เป็นผู้อ่านแถลงการณ์และเข้ายื่นหนังสือต่อสถานทูตเมียนมา เวลาต่อมามีแกนนำ  คือ นายอะเซ่า ละไข่ นายมามาจี นายจอห์น และนายหงส์ทอง เป็นตัวแทนในการอ่านแถลงการณ์ ทั้งภาษาไทย อังกฤษและภาษาคะฉิ่น โดยระบุว่า ชาวคะฉิ่นในประเทศไทย ขอประณามอย่างรุนแรงในการปฎิวัติรัฐประหารของกองทัพพม่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา  โดยอ้างความรับผิดชอบต่อการทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งนพไปสู่การกดขี่ถึงกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ รวมทั้งพี่น้องชาวคะฉิ่นในประเทศเมียนมา ทั้งนี้ผู้นำชนเผ่าในพม่า และผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ได้เคยลงนามในข้อตกลง Panglong เมื่อปี 2490 และปี 2491 พื้นที่ชาติพันธุ์ของพม่าได้รับเอกราชจากอาณานิคมของอังกฤษด้วยกัน อย่าไรก็ตามเอกราชดังกล่าวได้ทำลายสิทธิของชนกลุ่มน้อยภายใต้การปกครองของพม่า และกลุ่ทชาติพันธุ์ได้ต่อสู้เพื่อสิทธิทางการเมืองของตนมานานกว่า 70 ปี และมีการเจรจากับทุกรัฐบาล เพื่อหาทางออกทางการเมือง

ทั้งนี้ทางกลุ่มผู้มาชุมนุม ได้ยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ 1.ให้กองทัพพม่ายุติการทำรัฐประหารและคืนอำนาจให้กับประชาชนเมียนมา 2.ถอนทหารพม่าทั้งหมดที่ประจำการอยู่รัฐคะฉิ่น และพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ทันที 3.ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2551 และ 4รัฐบาลของประชาชน การจัดการเจรจาทางการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รับรองสิทธิและเสรีภาพตามที่ชาติพันธุ์ต่างๆ เรียกร้อง เพื่อกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยผ้ชุมนุมใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงมีการสลายตัวแบบสงบ และมีกลุ่มวัยรุ่นชาวพม่าส่วนหนึ่งที่เดินทางมาร่วมชุมนุม ได้ใช้เท้าเหยียบภาพใบหน้าของ พลเอกมินอ่องหล่าย ผู้นำการก่อรัฐประหารในเมียนมา บนพื้นถนนด้วย.