กรมสรรพากรปรับแก้ประกาศการเก็บภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร

0
61

 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากกรณีที่กรมสรรพากรออกประกาศเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมาระบุว่าบุคคลที่ได้ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์รวมกันทุกบัญชีไม่เกิน 20,000 บาท จะต้องเสียภาษี ซึ่งจะได้รับยกเว้นภาษีก็ต่อเมื่อยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยให้กรมสรรพากรเท่านั้น หากไม่ยินยอมจะต้องถูกหักภาษีณที่จ่ายร้อยละ 15 แม้ดอกเบี้ยที่ได้รับจะไม่ถึง 20,000 ก็ตาม ส่งผลให้เกิดกระแสวิจารณ์ต่อเนื่อง 

        ล่าสุด กรมสรรพากรได้มีการหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้ข้อสรุปว่าจะปรับแก้ประกาศดังกล่าวใหม่ โดยให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต้องนำส่งข้อมูลดอกเบี้ยของลูกค้าทุกรายแก่กรมสรรพากร เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการคำนวณภาษี ซึ่งหากผู้ฝากไม่เข้าเกณฑ์เสียภาษีจะได้รับการยกเว้นทันที 

        ส่วนในกรณีที่ผู้ฝากเงินไม่ประสงค์จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษี สามารถแจ้งกับธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ยเพื่อไม่ให้นำส่งข้อมูลได้ แต่ธนาคารจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยดังกล่าวในอัตรา ร้อยละ 15 ไว้ก่อน แม้รายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากจะไม่ถึง 20,000 บาทต่อปี และสามารถขอคืนภาษีได้ตอนปลายปี หากไม่เข้าเกณฑ์เสียภาษี โดยการปรับแก้ประกาศจะมีผลบังคับใช้ทันทีและย้อนหลังไปถึงวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา

        ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์จะใช้สิทธิดังกล่าวและไม่ต้องการให้ธนาคารนำส่งข้อมูลดอกเบี้ยให้กรมสรรพากร ทางธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งได้หารือร่วมกันและจัดทำแบบฟอร์มรูปแบบเดียวกัน ให้ประชาชนสามารถกรอกข้อมูลเพื่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งทุกสาขา ที่ผู้ฝากเงินมีบัญชีออมทรัพย์อยู่ ให้ครบทุกธนาคาร ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป โดยการแจ้งครั้งเดียวจะมีผลตลอดไปจนกว่าลูกค้าจะแจ้งเปลี่ยนแปลง หากมาแจ้งภายในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้จะมีผลตั้งแต่แรกภาษีดอกเบี้ยจ่ายครึ่งปีแรกในเดือนมิถุนายนนี้ทันที