นายกเมืองพัทยา ตรวจความคืบหน้าศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เฟส 3 พบคืบหน้า 40 %

0
17

เมื่อ 16 มกราคม 63  นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก โดยมี นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ นายรณกิจ เอกะสิงห์ นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ นายวรพต พงษ์พาลี นายเฉลิมพล ผลลูกอินทร์ ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นติดตามความคืบหน้า การดำเนินงานฯ ณ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2

ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก อยู่บนเนื้อที่จำนวน 254 ไร่ ซอยชัยพฤกษ์ 2 ได้มีการพัฒนาเป็นอาคารกรีฑาในร่ม เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2548 ทั้งนี้เพื่อให้สถานที่ดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของการกีฬาแห่งประเทศไทย ในการเป็นศูนย์การแข่งขันกีฬา ที่สามารถรองรับการแข่งขันระดับนานาชาติได้ และต้องมีแผนการประสานงานประโยชน์ใช้สอย ทั้งกิจกรรมการแข่งขันและกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โครงการสำรวจและจัดทำแผนผังแม่บทศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เฟส 3 ดำเนินการโดย บริษัท กิจการร่วมค้า พระราม 2 เอสที จำกัด  ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ประกอบด้วย การก่อสร้างหลังคาคลุมอัฒจันทร์ทิศประธาน คือ อัฒจันทร์ทิศตะวันตก สามารถรองรับผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันได้ 10,000 ที่นั่ง และอัศจรรย์ทิศเหนือ ทิศใต้ ซึ่งสามารถรองรับผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันฝั่งละ 2,500 คน รวมทั้งสิ้น 20,000 ที่นั่ง และรวมถึงการดำเนินงานก่อสร้างลานจอดรถโซน VIP ที่สามารถจอดรถได้ถึง 100 คัน พร้อมปรับภูมิทัศน์โดยรอบพื้นที่


จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ พบว่าการดำเนินก่อสร้าง สามารถดำเนินการไปได้ 40 % ซึ่งล่าช้าเกินกำหนด เนื่องจากอัฒจันทร์ทิศใต้ พบปัญหาระหว่างขุดเจาะ เนื่องจากมีชั้นหินขนาดใหญ่ ที่ไม่สามารถขุดเจาะได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาแผนการดำเนินงานขั้นตอนต่อไป เพื่อทำลายและสลายชั้นหิน โดยหลีกเลี่ยงการระเบิดหินโดยตรง ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม และลดปัญหามลพิษฝุ่นควันในพื้นที่ นอกจากนี้เพื่อพัฒนาศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก สู่ความเป็นนานาชาติ โดยออกแบบอาคารสระว่ายน้ำ สนามฟุตบอล และสนามเทนนิส แบบงานผังบริเวณภายนอกอาคารอีกด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงกีฬาหรือ Sports tourism โดยการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดจนก้าวสู่การเป็น Sport City ชั้นนำของเมืองไทย และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก สามารถรองรับจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติต่อไป.