PBTA หารือร่วมนายกเมืองพัทยา เพื่อเสนอ ผวจ.เยี่ยวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากผลกระทบ COVID-19

เมื่อ 30 มีนาคม 63  เมื่อเร็วๆนี้  บริเวณที่ว่าการเมืองพัทยา นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นประธาน เปิดการประชุม พิจารณามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยมีคณะผู้บริหารเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวชลบุรี พร้อมด้วย นายพิสูนจ์ แซ่คู นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก นายเอกสิทธิ์ งามพิเชษฐ์  นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา และผู้ที่เกี่ยวข้อง  ที่เข้าร่วมประชุมเพื่อเสนอมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

ผลกระทบอย่างหนักต่อระบบเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทย แม้ว่าภาครัฐบาลได้ดำเนิน มาตรการอย่างเข้มงวด เพื่อจะให้สามารถควบคุมการระบาดให้เร็วที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้  ซึ่งในระยะแรกที่มีธุรกิจท่องเที่ยวที่มีลูกค้าเป็นชาวจีนเป็นหลัก  โดยที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างหนัก ก่อนที่จะมีการทยอยปิดกิจการไปเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ดีเมื่อสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทางภาครัฐบาลจึงได้ดำเนินมาตรการการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดขึ้น ตามลำดับ เช่น การห้ามการเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง การใช้มาตรการต้องมีประกันสุขภาพในการเดินทางเข้าประเทศไทย เป็นต้น

Loading…

ทั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อธุรกิจด้านการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  นับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 63 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือน ซึ่งการประกอบกับธุรกิจที่เกี่ยว เนื่องการท่องเที่ยวและธุรกิจที่ใช้แรงงาน ยังมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูง ได้แก่ เงินเดือน และสวัสดิการพนักงาน (เงินเดือนค่าบริการเบี้ยประกันสังคม) ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า น้ำประปา และภาษีต่างๆ ได้แก่ ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีท้องถิ่นอื่นๆ เช่นภาษีที่ดิน ภาษีป้าย ค่าธรรมเนียม เป็นต้น  ถึงแม้ว่าภาครัฐจะได้กำหนดมาตรการต่างๆเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในภาคธุรกิจออกมาเป็นระยะ  แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การรักษาสภาพคล่อง” และ “การดำรงอยู่ของกิจการ” จึงส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและโรงแรมต่างๆ ในทุกระดับเริ่มประกาศปิดกิจการลง ดังนั้นจึงส่งผลกระทบต่อการเลิกจ้างพนักงาน ทำให้เกิดการว่างงานและเดินทางกลับภูมิลำเนา อันส่งผลเกิดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อไวรัส โควิด 19   

Loading…

ทั้งนี้ทางสมาคมต่างๆจึงรวมตัวกันเข้าพบนายกเมืองพัทยา เพื่อปรึกษาหารือเพื่อพิจารณาประกอบด้วยเรื่องต่างๆ ดังนี้

1. กรณีหยุดกิจการชั่วคราวจากผลกระทบดังกล่าว ให้ทางกองทุนประกันสังคมจ่ายชดเชยลูกจ้างในอัตรา 70 % เป็นระยะเวลาสูงสุด 180 วัน

2. ยกเว้นการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม ทางฝั่งนายจ้าง และลูกจ้างเป็นระยะเวลา 180 วัน โดยให้กระทรวงแรงงานเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ

3. ยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินภาษีป้ายภาษีบำรุงท้องที่ในปี พ.ศ. 2563 กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ

4. ขอลดอัตราดอกเบี้ย 50% จากธนาคารพาณิชย์ที่ทางเอกชนกู้อยู่ โดยภาครัฐเป็นผู้ชดเชยส่วนลดให้ผู้รับผิดชอบโดยกระทรวงการคลัง

5. ของดจ่ายค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้ าไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ (เป็นมาตรการของประเทศสาธารณรัฐเกาหลีและสาธารณรัฐประชาชนจีนใช้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน)

6. ค่าใช้จ่ายในการซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคและอุปกรณ์สำหรับการดำเนินการป้องกัน COVID-19 สามารถนำมาหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า

Loading…

ทั้งนี้ข้อเสนอตามมาตรการดังกล่าว จะสามารถช่วยและลดความตึงเครียดให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่ทำรายได้ให้กับประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก และ มีการจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยถึง 4.3 ล้านตำแหน่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 23.5 ของการจ้างงานในปี   62 และยังเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอื่นๆ อาทิ การขนส่ง ไกด์ทัวร์ ภาคการเกษตร ยังคงรักษาการจ้างงานต่อไปได้ ไม่เป็นการซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจสังคม และลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัส COVID-19 สามารถเป็นกำลังสำคัญในการร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศเมื่อภาวะวิกฤตนี้ได้ผ่านพ้นไปซึ่งหลังจากนี้ด้าน นายสนธยา นายกเมืองพัทยา จะได้นำเรื่องดังกล่าวในวันนี้นำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้พิจารณาถึงความเหมาะสมในลำดับต่อไป.