PBTA ประชุมกรณี คสช.ใช้ ม.44 ผ่อนผันกฎหมายให้ดัดแปลงอาคารโรงแรมเถื่อนทั่วประเทศ

เมื่อ 19 มิถุนายน 62  ที่ โรงแรม เดอะ กรีนพาร์ค รีสอร์ท พัทยา   นายเอกสิทธิ์ งามพิเชษฐ์ นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนมิถุนายน 62  โดยมีคณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมประชุม ซึ่งมี นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขานุการเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ชลบุรี ร่วมไปถึงตัวแทนภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมประชุมด้วย

นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา เผยกรณี คสช.ใช้ ม.44 ผ่อนผันกฎหมายให้ดัดแปลงอาคาร โรงแรมเถื่อนทั่วประเทศ ซึ่งในเมืองพัทยาที่มีโรงแรมทั้งสิ้น ราว 2,000 กว่าแห่ง เกินกว่าครึ่งเข้าข่ายไม่มีใบอนุญาตประกอบการถูกต้องตามกฎหมาย อาทิไม่มี พ.ร.บ.โรงแรม พ.ร.บ.ผังเมือง รวมถึงการข้อแจ้งการเปลี่ยนประเภทการใช้อาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือใช้อาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยในส่วนของเมือพัทยา ยังคงต้องรอความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย  ทั้งนี้ทางเมืองพัทยาจะมีการผลักดันเข้าสู่ระบบโดยให้ผู้ประกอบการมาดำเนินเรื่องของอนุญาติ เพื่อเสนอกระทรวงมหาดไทย ตามลำดับต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมมีการชี้แจงเตรียมความพร้อม การแข่งขันพัทยามาราธอน 2019  ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฏาคม 62 ณ ถนนสายชายหาด ซึ่งแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท  คือ มาราธอ ชายและหญิง ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ค่าสมัคร 1,000 บาท  ฮาล์ฟมาราธอน ชายและหญิง ระยะทาง 21.100 กิโลเมตร ค่าสมัคร 700 บาท   ควอเตอร์มาราธอน ชายและหญิง ระยะทาง 10.550 กิโลเมตร ค่าสมัคร 500 บาท จุด Start / Finish อยู่บริเวณหน้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช  และในประเภทไมโครมาราธอน ระยะทาง 5 กิโลเมตร วิ่งฟรีไม่เสียค่าสมัคร (ได้รับเหรียญรางวัล 2,000 คนแรก) จุด Start / Finish อยู่บริเวณ หน้าฮาร์ดร็อค และรุ่นทั่วไป อื่นๆ สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ที่ www.pattayamarathon.go.th

เข้าสู่วาระสุดท้าย ได้มีการบรรยายการเปลี่ยนแปลง การเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยมีอาจารย์ ดร.ปรเมษฐ์ บุญนำศิริกิจ พร้อมด้วยคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง บรรยายเรื่อง  “การปรับตัวและรองรับการเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อนำไปสู่การประกอบธุรกิจระหว่างประเทศ 2020” โดยเน้นในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในการปลูกจิตสำนึกให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกัน รวมไปถึงหัวใจหลักของการท่องเที่ยว คือเรื่องความปลอดภัย ต้องสร้างความเชื่อมั่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดี หาแนวทางการรองรับนักท่องเที่ยวให้ตามยุคสมัย เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเองโดยที่ไม่ผ่านกรุ๊ปทัวร์ก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นแต่  อยากไรก็ตามในเรื่องของ  การบริการนักท่องเที่ยว และการอำนวยความสะดวก ไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ในการบูรณาการร่วมกัน ถึงจะบรรลุเป้าหมายไปได้.