ไนท์ไลฟ์พัทยาส่อแววปิดยาว พนง.อยู่ไม่ไหว ขนของกลับบ้านเกิด หลังยืดจะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไปอีก 1 เดือน

เมื่อ 21 พฤษภาคม 63 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ภายในเมืองพัทยา สำรวจความเป็นอยู่ของบรรดาลูกจ้างและพนักงานที่ทำงานกลางคืน อาทิ ผับ บาร์ ร้านเหล้า ฯลฯ ซึ่งเมืองพัทยา เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว คนส่วนใหญากว่า 50 % ล้วนเป็นพนักงานกลางคืนที่อาศัยในเมืองพัทยา ตกงานมาเกือบ 3 เดือน นับตั้งแต่มีค่ำสั่งปิดผับ บาร์ ก่อนเป็นอับดับแรก ครั้งเมื่อโรคโควิด-19 เริ่มระบาด และต่อมาได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  22.00 น.-04.00 น. และได้ขยายเวลาเป็น 23.00 น.-04.00 น.  แต่ผับ บาร์ ยังคงเป็นอาชีพสุ่เสี่ยงโซนสีแดง ที่จะได้รับการผ่อนปรน จัดอยู่ในเฟสที่ 4  ซึ่งขณะนี้การผ่อนปรนของรัฐบาลจัดอยู่ในเฟสที่ 2 และยังไม่ทราบเวลาในการเปิดผับ บาร์ ที่แน่ชัด บรรดาพนักงานกลางคืนที่ไม่มีงานทำ ทนกับค่าครองชีพไม่ไหว เนื่องจากเป็นคนต่างจังหวัดมาทำงานในพื้นที่เมืองพัทยา ต้องเช่าบ้านอยู่อาศัย ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่ากินอยู่  และไม่มีรายได้เงินที่เก็บไว้ก็หมด ไม่มีงานทำ เลยต้องทำใจเก็บของกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิด ที่ต่างจังหวัดก่อน  และรอสถานการณ์จะดีขึ้น พัทยากลับมาเปิดเมืองเป็นปกติค่อยกลับมากันใหม่


ด้านนายรัน  ผู้ประกอบการสถานบริการในเมืองพัทยา เผยว่า  สถานบริการ ผับ บาร์ เสมือนเป็นวงจรชีวิตของคนพัทยา และเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยง ทั้งนี้ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการและพนักงานที่ได้รับผลกระทบ ยังเป็นผลกระทบที่ตามมาอีกมากมายหลายกลุ่ม อาทิ วินมอเตอร์ไซค์  พ่อค้าแม่ค้า ที่หากินกับกลุ่มคนเหล่านี้กว่า 70 %  ร้านอาหารต่างๆที่เปิดได้ แต่ก็ไม่มีลูกค้าเหมือนแต่ก่อน เพราะเป็นร้านที่เหมาะขายในช่วงกลางคืน ซึ่งติด พรก.ฉุกเฉินฯ  เจ้าของโรงแรมและห้องพักต่างๆ ก็รับผลกระทบที่ตามมาเช่นกัน เพราะคนต่างจังหวัดที่มาทำงานเดินทางกลับบ้านหมดไม่มีแรงงาน

และเมื่อ 21 พฤษภาคม 63 พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช. แถลงผลการประชุมเพื่อพิจารณาต่อหรือไม่ต่อพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 พฤษภาคม 63 ว่า ที่ประชุมมติเห็นชอบต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 63 เนื่องจากสถานการณ์โลกยังน่าเป็นห่วงอยู่ ประเทศไทยแม้จะประสบความสำเร็จ แต่การผ่อนคลายแต่ละระยะต้องระมัดระวัง ไม่ให้เกิดการระบาดรอบที่ 2  โดยได้เสนอรายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคติดต่อโคโรน่า 2019 (COVID-19) และที่ประชุมใหญ่ ศบค.ได้มีมติเบื้องต้น และจะส่งต่อให้ ครม.พิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้.