โฆษก มพย.ยืนยันรื้อวงเวียนปลาโลมา จัดระบบไฟจราจรใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการจราจร

0
236
พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา แถลงต่อสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงโครงการรื้อวงเวียนปลาโลมาพัทยา  เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการรื้อถอน ตามความเจริญของเมืองพัทยา และการแก้ไขปัญหาการจราจร.
พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา แถลงต่อสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงโครงการรื้อวงเวียนปลาโลมาพัทยา เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการรื้อถอน ตามความเจริญของเมืองพัทยา และการแก้ไขปัญหาการจราจร.

เมื่อ 9 สิงหาคม 60 ณ ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงโครงการรื้อวงเวียนปลาโลมาพัทยา ตามที่มีกระแสต่างๆทางโซเซียลเน็ตเวิร์ค เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการรื้อถอนตามความเจริญของเมืองพัทยา และการแก้ไขปัญหาการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น

พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์  โฆษกเมืองพัทยา ได้ชี้แจงว่า การรื้อถอนพัทยาเหนือว่าโครงการปรับปรุงแก้ไขการจราจรบริเวณแยกวงเวียนปลาโลมา ถนนพัทยาเหนือ ถือเป็นโครงการที่มีความจำเป็น เนื่องด้วยที่ผ่านมาการใช้วงเวียนในการจัดระบบการจราจรนั้น ไม่สามารถตอบสนองปัญหาการจราจรที่คับคั่งแออัดได้  เนื่องจากรัศมีวงเลี้ยวของวงเวียนค่อนข้างแคบ ซึ่งในอดีตที่เริ่มก่อสร้างวงเวียนมาตั้งแต่ พ.ศ.2533 นั้น สภาพการจราจรยังคงไม่มีปัญหา แต่ด้วยการพัฒนาและการเติบโตของสังคมเมือง การหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวรวมทั้งยวดยานพาหนะที่มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองพัทยามีมากขึ้น ขณะที่ปริมาณถนนมีอยู่อย่างจำกัด จึงทำให้วงเวียนแห่งนี้ไม่สามารถรองรับปัญหาได้อีกและจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น  จึงมีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อมาศึกษา สำรวจ และวางแผน

“กระทั่งได้ผลสรุปว่าสิ่งที่เหมาะสมที่สุดคือการจัดทำแยกด้วยระบบสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเรื่องนี้มีการหารือกันมาตั้งแต่สมัยนายกเมืองพัทยายังดำรงตำแหน่งเป็นสมา ชิกสภาเมืองพัทยา ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นดีด้วยรวมทั้งในส่วนของสภาเมืองพัทยาในฐานะตัวแทนประชาชนก็เห็นว่าสมควรที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับความเจริญและปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเช่นกัน ที่สำคัญการจัดทำโครงการนี้ก็ไม่จำเป็นต้องสอบถามความคิดเห็นจากประชาชน เพราะเป็นโครงการขนาดเล็ก และก็วอนขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าการจัดทำก็เพื่อประโยชน์ทั้งสิ้น”

พล.ต.ต.พินิต กล่าวตอบคำถามของสื่อมวลชนว่าโครงการนี้คณะผู้บริหารมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่นั้น กรณีนี้คงตอบได้ว่าจริงเพราะมีคณะทำงานจากหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมศึกษา และสำรวจ ก่อนสรุปผล ขณะที่สื่อมวลชนบางส่วนระบุว่าจะเชื่อมั่นคณะทำงานชุดนี้ได้หรือไม่ เพราะโครงการที่ผ่านมา อาทิ สัญญาณไฟจราจรคนข้ามชายหาด ถนนเลียบทางรถไฟ เขาพระตำหนัก หรือระบบลูกลิ้งป้องกันอุบัติเหตุที่ใช้งบประมาณไปมหาศาล  แต่หลายโครงการนั้น ที่ผ่านมาสภาเมืองพัทยาเคยตำหนิว่าเป็นไปการใช้งบประมาณอย่างไม่สมประโยชน์  กรณีนี้คงบอกได้เพียงว่าอดีตเป็นเรื่องเก่า แต่คณะผู้บริหารชุดนี้เป็นชุดใหม่ที่ตั้งใจเข้ามาทำงานและมีเจตนาดีเพื่อให้สังคมเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ

ส่วนเรื่องกระแสโลกโซเซียลของสังคมนั้น ผู้บริหารเมืองพัทยาเข้าใจความรู้สึกว่าเป็นของคู่บ้านคู่เมือง แต่เมืองการเจริญเติบโตของเมืองพัทยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการดำเนินการรีบเร่งแก้ไขเพื่อรองรับปัญหาการจราจร โฆษก มพย.ยังกล่าวอีกว่า แลนด์มาร์คของเมืองพัทยาคือ แหลมบาลีฮาย และอ่าวโค้งวงพระจันทร์ คือจุดแลนด์มาร์ค ที่สามารถบงบอกได้ในภาพถ่ายว่าเป็นเมืองพัทยาอย่างแท้จริง ส่วนวงเวียนปลาโลมา คือจุดหนึ่งของเมืองพัทยาเช่นกัน แต่ถ้าหากถ่ายรูปวงเวียนปลาโลมาโพสในโลกโซเซียล ถ้าไม่ใช่คนพื้นที่ก็จะไม่มีใครรู้จัก  ด้านโฆษกกล่าว

ขณะที่ นายเชาวลิต จิระยรรยงค์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบจราจรและคมนาคมเมืองพัทยา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เป็นงบประมาณจากสำนักงานงบประมาณจากส่วนกลาง ด้วยงบประมาณรวม 7.1 ล้านบาท แต่เมืองจะใช้งบดำเนินการเพียง 6.9 ล้านบาทเท่านั้น โดยโครงการนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวด ล้อมหรือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างยาวนาน จึงไม่จำเป็นต้องมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนหรือชุมชน ซึ่งปัจจุบันได้รับงบประมาณแล้วและกำลังอยู่ในขั้นตอนของการจัดซื้อ จัดจ้างผู้รับเหมาโครงการเข้ามาดำเนินการ

ส่วน นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี สมาชิกสภาเมืองพัทยา กล่าวว่า ปัญหาการจราจรบริเวณดังกล่าว เคยมีการว่าจ้างที่ปรึกษาเข้ามาสำรวจและดำเนินการแล้วหลายครั้ง แต่ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนโครงการที่ผ่านมาจึงชะลออกไปหลายครั้ง กระทั่งมามีการดำเนินการในโครงการนี้ขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยพยายามทักท้วงและร้องขอให้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนก่อนแต่ก็พบว่าไม่มีการจัดทำแต่อย่างใด ส่วนกรณีของการระบุว่าสภาเมืองพัทยาเห็นชอบนั้น เรื่องนี้จะมีการนำเรื่องยื่นเป็นกระทู้สดเพื่อสอบถามผู้บริหารในสภาเมืองพัทยาในการประชุมสภาเมืองพัทยาในครั้งต่อไปแน่นอน.