โควิดระลอก 2 หน้ากากอนามัยใช้แล้วทิ้งขายดี ประชาชนใส่ใจป้องกันตนเองจากโควิด-19

0
187

เมื่อ 19 มกราคม 64  นางเสาวนีย์  พูนสวัสดิ์  แม่ค้าขายหน้ากากอนามัย  เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ถึงกระแสการซื้อหน้ากากอนามัยในช่วงสถานการณ์โควิดรอบ 2  ที่ผ่านมา  พบว่าขายดีมากกว่ารอบแรก  เนื่องจากว่าในรอบที่ 2  นี้ประชาชนให้ความใส่ใจในเรื่องของการป้องกันโรคอย่างแท้จริง  ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์ของโรคที่พบว่ามีความรุนแรง  และรวดเร็ว   มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว  จึงทำให้ประชาชนหันมาใส่หน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวมากกว่า   ทั้งนี้หน้าที่ของหน้ากากอนามัย คือปกป้องผู้สวมใส่ให้ปลอดภัยจากการสัมผัสละอองฝอยของน้ำมูกน้ำลาย ซึ่งอาจมีเชื้อ และเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยที่สวมใส่แพร่เชื้อออกไป     ส่วนราคาตอนนี้หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้น เรียกว่ากลับเข้าสู่ราคาเดิม ในช่วงที่ไม่มีการระบาดก็จะอยู่ที่ราคากล่องละ 50-70 บาท


นางกัญรดา  เอื้ออาทรจิต   หนึ่งในลูกค้าที่มาซื้อหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง  เผยว่า  ในการระบาดโควิดรอบแรก  ต้องยอมรับว่าหาซื้อหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งยากมาก  อีกทั้งราคาก็แพง  เพราะในช่วงแรกยังไม่ได้มีการควบคุมราคากันอย่างจริงจังของภาครัฐ  เลยทำให้ต้องหันไปซื้อหน้ากากอนามัยแบบผ้ามาใช้แทน  แต่ด้วยสถานการณ์ที่ควบคุมเร็ว และไม่ได้มีตัวเลขผู้ป่วยในพื้นที่อำเภอบางละมุง  ก็เลยเลือกใช้หน้ากากผ้ามาโดยตลอดในการระบาดรอบแรก   แต่มาในระลอกที่ 2  ต้องออกมายอมรับว่าสถานการณ์รุนแรงจริง  ตัวเลขมีการขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  จึงทำให้เลือกใส่หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง เพราะคิดว่าป้องกันเชื้อไวรัสได้ดีกว่า 90  เปอร์เซ็นต์  อีกทั้งของก็หาไม่ยากและราคาก็ไม่ได้แพงแล้ว  เพราว่าภาครัฐได้มีการออกมาควบคุมราคากันอย่างจริงจัง  เข้มข้น  จึงเลือกที่จะใช้แบบใช้แล้วทิ้งมากกว่า    อีกทั้งก็ทำให้มีความมั่นใจในการป้องกันโรคมากกว่าด้วย  แต่ก็ไม่ใช่ว่าหน้ากากผ้าจะไม่ดี   แต่ก็จะเลือกใช้ตามสถานที่มากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในเรื่องของหน้ากากอนามัยก็กลายเป็นของติดบ้านไปแล้ว  หากหมดก็จะซื้อติดบ้านเอาไว้  เพราะหลังจากที่ทุกคนในบ้านใส่หน้ากากอนามัยไปในที่สาธารณ ะก็พบว่าสมาชิกในบ้านยังไม่มีใครป่วยเลย  ซึ่งจริงๆแล้วอากาศหนาวเย็นที่ผ่านมา   สมาชิกที่บ้านจะต้องเป็นหวัดกันบ้างแล้ว  แต่พอใส่หน้ากากอนามัยกันตลอดออกไปข้างนอก  หรือสถานที่สาธารณะก็พบว่าสุขภาพดีกันมากขึ้น   ยังไม่มีใครไม่สบายเลย

นางเสาวนีย์  พูนสวัสดิ์  แม่ค้าขายหน้ากากอนามัย  เผยต่อไปว่า  ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่อำเภอบางละมุงจะดีขึ้น  ก็ยังคงจะขายหน้ากากกอนามัยต่อไป   เพราะคิดว่าหากยังไม่มียารักษาโรคเกิดขึ้น  ก็น่าจะคงต้องมีการเฝ้าระวังการแพร่ระบาด ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยแบบนี้ไปเรื่อยๆ   ส่วนยอดการจำหน่ายก็พบว่าสามารถขายได้อย่างต่อเนื่อง   ซึ่งทางร้านก็ไม่ได้ขายเอากำไรมากมาย  ซึ่งราคาจะถูกหรือแพงจะขึ้นอยู่กับต้นทุนมากกว่า.