โครงการพัฒนาคลองพัทยาใต้คืบหน้า 80% หลังติดปัญหาร้านอาหารอิตาเลียนหัวหมอ

0
391

เมื่อ 14 มีนาคม 61 หลังจากเมืองพัทยา ได้เดินหน้าพัฒนาคลองพัทยาใต้ พลิกฟื้นจากถิ่นน้ำเน่าตัวปัญหา กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในอนาคต ซึ่งจากการเดินหน้าลุยจัดการปัญหา ประชาชนรุกล้ำพื้นที่คลองสาธารณะพัทยาใต้ มาตั้งแต่ปี 2557 อันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เมืองพัทยา เกิดน้ำท่วมหนัก เนื่องจากพื้นที่คลอง ซึ่งเป็นทางระบายน้ำตามธรรมชาติ เหลือน้อยลงทุกที  ดังนั้นเมืองพัทยา จึงร่วมกับอำเภอบางละมุง เดินหน้าจัดการปัญหาดังกล่าว พร้อมมีแนวคิดในการฟื้นฟูคลองแห่งนี้ให้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และสมบัติสาธารณะประโยชน์ให้แก่ประชาชน

โดยผลจากการดำเนินงานอย่างเข้มข้น ทำให้ปัจจุบันเมืองพัทยา สามารถจัดการปัญหาเอกชนรุกล้ำแนวคลองได้สำเร็จ 100% สำนักการช่างสุขาภิบาลฯ จึงได้รับเงินอุดหนุนจากเมืองพัทยา จำนวน 58 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างกำแพงกันดิน ตามแผนพัฒนาคลองพัทยาใต้ มี บริษัท อินทนา คอนสทรัคชั่น เป็นผู้ดำเนินการ ตามสัญญาจ้าง ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2559- วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งปัจจุบันพบว่าโครงการก็ยังไม่แล้วเสร็จตามสัญญา เพราะในช่วงปลายปีที่ผ่านมา กลับติดปัญหาร้านอาหารอิตาเลี่ยนรายหนึ่งยังคงหัวหมอ ดำเนินการก่อสร้างห้องครัวรุกล้ำเข้าไปในเขตคลองอีก ทางเมืองพัทยาจึงจำเป็นต้องออกคำสั่งให้ผู้รับเหมาหยุดการก่อสร้างชั่วคราว เพื่อให้สำนักการช่างเมืองพัทยา จัดการเคลียปัญหาที่เกิดขึ้น ตาม พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ต่อมาเอกชนรายนี้ได้ไปดำเนินการขออุทรณ์ ต่อจังหวัดชลบุรี จึงทำให้การดำเนินงานก่อสร้างล่าช้าออกไป เพราะต้องรอการตรวจสอบจากจังหวัดตามกระบวนการทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตามล่าสุด เมืองพัทยา ได้จัดการปัญหาให้คลี่คลายลงแล้ว และกำลังเร่งให้ผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการก่อสร้างต่อ ภายในต้นเดือนหน้า พร้อมทั้งยืนยันว่าโครงการจะแล้วเสร็จไม่เกินอีก 2 เดือน และต่อจากนั้น จะเริ่มดำเนินการขุดลอกคลอง กำจัดดินตะกอนสีดำออก เพื่อรองรับโครงการก่อสร้างปรับปรุงภูมิทัศน์ที่ เมืองพัทยาหมายมั่นปั้นมือจะดำเนินการต่อในทันที อันเป็นการผลิกฟื้นคลองธรรมชาติแห่งนี้ ให้กลับมาสวยงาม สามารถรองรับน้ำฝนได้มากขึ้นแก้ปัญหาน้ำท่วมขังที่เมืองพัทยาต้องเผชิญปัญหามาหลายปี พร้อมกับกลายมาเป็นสมบัติ ให้รุ่นลูกหลานได้มีพื้นที่ในการพักผ่อนหย่อนใจ และก้าวสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในอนาคต

นายสมภพ วันดี รักษาการผู้อำนวยการสำนักการช่างสุขาภิบาล เผยว่า จากการเดินหน้าทำงานอย่างจริงจังที่ผ่านมา ปัจจุบันได้ทวงพื้นที่คลองกลับมาจากเอกชนแล้วทั้งหมด จึงได้เริ่มเดินหน้าก่อสร้างกำแพงกันดิน อันเป็นสัญลักษณ์ในการกำหนดแนวเขตคลองอย่างชัดเจน หลังจากที่ปี 2543 ได้กรมควบคุมมลพิษมาออกแบบใช้คลองพัทยาใต้ เป็นระบบระบายน้ำให้แก่เมืองพัทยา ซึ่งปัจจุบันระบบเดิมไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก  ประกอบกับปัญหาการรุกล้ำแนวเขตคลอง จึงทำให้เมืองพัทยาต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมขังฉับพลัน  เป็นปัญหาเดือนร้อนมาหลายปี ซึ่งหลังจากที่ทวงคืนพื้นที่คลองสำเร็จ  จึงได้ของบประมาณอุดหนุนจากเมืองพัทยา เข้ามาดำเนินการทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหารุกล้ำคลองสาธารณะอีกในอนาคต ซึ่งการดำเนินงานคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% หลังจากนั้นจะปรับปรุงภูมิทัศน์  โดยสภาเมืองพัทยาได้อนุมัติงบประมาณ ปี 2560 แล้ว ด้วยการใช้คลองชองกเยซอล ของประเทศเกาหลีใต้ เป็นต้นแบบ ตลอดระยะทาง 800 เมตร แยกระบบน้ำเสียกับน้ำดีออกอย่างชัดเจน เพื่อให้ระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา ไม่รับภาระหนักมากจนเกินไป ซึ่งปัจจุบันสามารถรองรับได้ 65,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และคาดว่าในอนาคตจะมีการขยายระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา เพื่อรองรับการเจริญเติบโต อีกทั้งเป็นการขยายระบบให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองพัทยาใต้ สภาเมืองพัทยา ได้มีมติอนุมัติ งบประมาณจำนวน 40 ล้านบาท  ให้แก่สำนักการช่างสุขาภิบาลเมืองพัทยา เดินหน้าพัฒนาคลองดังกล่าว ด้วยการดาดท้องคลองด้วยคอนกรีต ก่อสร้างระบบท่อระบายน้ำเสีย แยกออกจากน้ำฝน เพื่อสูบกลับมาบำบัด ที่ โรงบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา พร้อมกับปลูกต้นไม้ จัดสวนหย่อม ตกแต่งอย่างสวยงาม  เพื่อใช้ประโยชน์เป็นที่สันทนาการ และแหล่งท่องเที่ยวให้แก่ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยว  นอกจากนี้ในปี 2563 ยังมีแผนที่จะขยาย และเพิ่มประสิทธิภาพโรงบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา จากเดิมที่รองรับน้ำเสียได้ 65,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 130,000-150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน  อันเป็นการขยายระบบ เพื่อรองรับความเจริญเติบโตของสังคมเมือง รวมทั้งรองรับน้ำเสียจากพื้นที่กระทิงราย ซึ่งเมืองพัทยามีแผนที่จะก่อสร้างโรงรวบรวมน้ำเสีย นำน้ำเสียทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าวมาเข้าสู่ระบบบำบัดต่อไป.