แม่ค้าตลาดนัดสู้ชีวิต ปิ๊งไอเดียทำกระเช้าจากกระป๋อง เสนอ ทม.หนองปรือ ขอรับทุนประกอบอาชีพ

0
306

เมื่อ 15 ธันวาคม 60 ที่ เทศบาลเมืองหนองปรือ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ดังกล่าว ติดตามครอบครัวนางอ่อนทิวา เบนซัน หลังพบว่าชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น อันเป็นผลพวงมาจาก พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ที่มุ่งเน้นส่งเสริม และสนับสนุนให้คนพิการมีงานทำ เพื่อสามารถเลี้ยงตนเอง และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

โดยชีวิตของนางอ่อนทิวา เบนซัน แม่ค้าขายของตามตลาดนัด ก่อนที่พบกับโอกาสพลิกชีวิต อาศัยอยู่กับสามีและลูกน้อย ซึ่งคลอดออกมามีภาวะผิดปกติอยู่ในกลุ่มอาการของเด็กดาวซินโดรม คือ น้องไอซ์ หรือ ด.ญ.เปมิกา แสงเสือ ปัจจุบันอายุ 12 ปี จึงได้พาน้องไปขึ้นทะเบียน เพื่อขอรับเบี้ยคนพิการ เป็นจำนวนเงิน 800 บาท จากเทศบาลเมืองหนองปรือ และนำเงินส่วนนี้ใช้เลี้ยงดู  พร้อมกับค้าขายตามตลาดนัด มีรายได้วันละ 300 บาท   จนกระทั่งรัฐบาลได้ดำเนินการส่งเสริมสนับสนุน ให้คนพิการมีอาชีพทำอย่างจริงจัง ทั้งภาครัฐ และเอกชน  ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 โดยเฉพาะมาตรา 35 ที่ระบุให้สถานประกอบการสามารถดำเนินการสนับสนุนทุนประกอบอาชีพให้แก่คนพิการได้ เป็นจำนวน 109,500 บาทต่อปี ต่อคน จึงใช้โอกาสนี้พลิกชีวิตของตนเอง และครอบครัว เกิดไอเดีย ประดิษฐ์กระเช้าจากกระป๋อง เสนอต่อ ทม.หนองปรือ เพื่อขอรับเงินทุนสนับสนุน จนกระทั่งได้รับการอนุมัติทุนประกอบอาชีพ

ซึ่งโอกาสที่ได้รับส่งผลให้ปัจจุบันครอบครัวนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้จากการจำหน่ายกระเช้าตามตลาด กว่า 1,000 บาท พร้อมยังมีเออเดอร์สินค้า ไม่ต่ำกว่า 10 ใบต่อเดือน และยังนำเงินทุนที่ได้มาต่อยอดอาชีพเย็บกระเป๋าผ้าขายอีกทางหนึ่ง สร้างรายได้ 6-7 พันบาทต่อเดือน กลายเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กไปโดยปริยาย

นางอ่อนทิวา เบนซัน อายุ 49 ปี เจ้าของธุรกิจกระเช้าจากกระป๋อง เปิดเผยว่า ชีวิตก่อนที่จะมีโอกาสได้รับทุนประกอบอาชีพ ตนต้องลำบากหาเลี้ยงลูก ด้วยการขายของตามตลาดนัด มีรายได้เพียงหลักร้อย แต่เมื่อได้รับทุนประกอบอาชีพ ตนและสามีก็ช่วยกันผลิตสินค้า พยายามปรับรูปแบบ จนสินค้ามีความสวยงามคงทน จนลูกค้าพึงพอใจ ซึ่งราคาขายอยู่ที่ใบละ 300-550 บาท ปัจจุบันมีออเดอร์ 5-6 ใบ เป็นอย่างต่ำ และยังนำเงินมาต่อยอดธุรกิจผลิตกระเป๋าผ้าขายมีรายได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยตนต้องขอขอบคุณภาครัฐ เทศบาลเมืองหนองปรือ และภาคเอกชนที่ให้ทุนในการประกอบอาชีพ จนตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะลูกสาว มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากอดีต นับว่าวิสัยทัศน์ของผู้บริหารประเทศที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการให้สามารถเลี้ยงดูตนเองได้นั้นเป็นเรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ก็สะท้อนให้เห็นแล้ว ว่าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้พิการ 1 คน หรือครอบครัวที่มีผู้พิการให้สามารถลืมตมอ้าปาก และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขอย่างแท้จริง.