เริ่มแล้ว! ปิดผิวจราจร ถนนสายชายหาด ฝั่งพัทยาใต้ ก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมชายหาด

เมื่อ 24 กรกฎาคม  62  เมืองพัทยา ปิดผิวจราจรถนนสายชายหาดฝั่งพัทยาใต้ เพื่อเร่งดำเนินการก่อสร้าง โครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมชายหาด ชาวบ้านบอกมีประโยชน์ แต่ประชุมหารือกันบ้างหรือไม่ ทำทั้งระบบไฟฟ้าใต้ดิน การประปา ระบบระ บายน้ำจนมีการปิดการจราจรหลายสายทั่วเมือง ทำการจราจรติดขัดส่งผลกระทบการท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น

ทั้งนี้ ตามที่เมืองพัทยาได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 95 ล้านบาท เพื่อดำเนินก่อสร้างโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมชายหาดพัทยา ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่บริเวณชายหาด โดยว่าจ้าง บริษัท แอล บี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เข้ามาดำเนินการ โดยมีสัญญาเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 62 – 13 กุมภาพันธ์ 63 รวมระยะเวลา 240 วัน เพื่อก่อสร้างรางระบายน้ำ คสล. ขนาดกว้าง 0.45 เมตรและขนาดกว้าง 0.85 เมตร พร้อมฝาเหล็กหล่อ ความยาวไม่น้อยกว่า 2,700 เมตร และบ่อพักระบายน้ำ คสล. จำนวนไม่น้อยกว่า 85 บ่อ พร้อมก่อสร้างวางท่อ HDPE ขนาด 1,800 มิลลิเมตร ความยาวรวมบ่อพักระบายน้ำไม่น้อยกว่า 1,959 เมตร ก่อสร้างวาง BOX CULVERT ขนาด 1.80 x 1.80 เมตร ความยาวรวมบ่อพักระบายน้ำไม่น้อยกว่า 750 เมตร ก่อสร้างผิวจราจร คสล. ขนาดกว้างประมาณ 1.65 – 2.05 เมตร รวมประมาณ 2,700 เมตร คิดเป็นพื้นที่ไม่น้อยกว่า 5,212 ตารางเมตร พร้อมก่อสร้าง และติดตั้งประตูระบายน้ำ พร้อมชุดมอเตอร์เปิดปิดจำนวนไม่น้อยกว่า 2 จุด โดยเริ่มดำเนินก่อสร้างโครงการฯ ตั้งแต่บริเวณโค้งโรงแรมดุสิตธานีพัทยา ตลอดแนวชายหาดพัทยาและสิ้นสุดโครงการฯ ที่ปากทางวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้

ทั้งนี้พบว่าว่าปัจจุบัน ทางผู้รับเหมาได้ดำเนินการก่อสร้างระบบตามสัญญาแล้ว โดยเริ่มมีการปิดกั้นการจราจรบางส่วน บริเวณปากทางเข้าวอลค์กิ้งสตรีทพัทยาใต้ เพื่อทำการขุดเจาะและวางระบบท่อระบายและบ่อพักน้ำ รวมทั้งสถานีสูบตามแบบที่ได้กำหนด ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวคับแคบลง โดยเฉพาะในเวลากลางคืนซึ่งพื้นที่นี้จะมีการขนส่งสาธารณะมาจอดรอรับผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาว ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเพียงการเริ่มต้นของโครงการและจะมีการขยายไปตามถนนจนถึงแยกโค้งดุสิตรีสอร์ทพัทยาเหนือ ตามระยะเวลาที่กำหนดคือ 240 วัน 

         มีรายงานเพิ่มเติมว่า จากการที่รัฐบาลได้วางพื้นที่เมืองพัทยา ให้เป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยว และจุดศูนย์รวมของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ที่จะมีการพัฒนาพื้นที่อย่างมากมาย เพื่อรองรับความเจริญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีการนำเสนอเมกะโปรเจคมากมาย เพื่อจัดนำลงมาในพื้นที่ รวมทั้งได้เร่งอุดหนุนงบประมาณ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากมาเป็นเวลานานหลายด้าน ทั้งระบบสาธารณูป โภค โครงการสายไฟฟ้าลงดิน การจัดทำระบบระบายน้ำ การแก้ไขปัญหาการจราจร กรณีของระบบขนส่งสาธา รณะ อย่างระบบรถไฟรางเบาหรือ Tram เพื่อต่อยอดและรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งมีจุดจอดที่เมืองพัทยา หรือการจัดทำท่าเรือเทอร์มินอลครูซ และพัทยาออนเพียร์ เป็นต้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล โดยให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 ปรากฏว่าที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้เร่งดำเนิน การในหลายโครงการ ทำให้มีโครงการการขุดเจาะผิวการจราจร และปิดกั้นทางเดินรถในหลายจุด ส่งผลให้วิถีการดำรงชีวิต และปัญหาการจราจรเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จนมีประชาชนร้องเรียนผ่านมาว่าโครงการเหล่านี้ถือว่ามีประโยชน์แต่ได้มีการประชุมร่วมหารือ และวางแผนการปิดผิวจราจรและการจราจรหรือไม่อย่างไร เพราะพบว่ามีการดำเนินการในเกือบทุกพื้นที่ แต่ไม่มีแผนรองรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร.