เมืองพัทยา เรียกผู้รับเหมาขนขยะเข้าพบ กรณีเรียกเก็บค่าขยะมูลฝอยร้านทุเรียน เดือนละกว่า 2,000 บาท

0
216

จากกรณีที่ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากร้านจำหน่ายทุเรียน “ป๊อปอาย” ตั้งอยู่บริเวณแยกซอยเขาน้อย ถนนเลียบทางรถไฟ ขาเข้าชลบุรี ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่ารถเก็บขนขยะเมืองพัทยาไม่มาเก็บขยะมูลฝอยของร้าน ที่กองทิ้งไว้ให้จนหมด แต่กลับปล่อยทิ้งไว้บางส่วน จนเกิดการเน่าเหม็น สาเหตุเพราะไม่ทางร้านยอมจ่ายค่าธรรมเนียม ที่เรียกเก็บเพิ่มจาก 40 บาท/เดือนเป็น 2,000 บาท/เดือนให้เหมือนเดิม  ด้วยปริมาณขยะที่น้อยลง มิหนำซ้ำยังไม่มีการออกใบเสร็จค่าธรรมเนียมอย่างถูกต้อง จนเกิดเป็นข้อกังขาว่าการดำเนินการดังกล่าว ว่าถูกต้องหรือไม่นั้น ซึ่งเรื่องนี้ แม้จะมีการร้องเรียนผ่านไปยัง Call Center เมืองพัทยา 1337 แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข

ล่าสุดเมื่อ 22 สิงหาคม 61 นายสัญญา ทับทิมศรี หัวหน้าฝ่ายบริการรักษาความสะอาดและสิ่งปฏิกูล สำนักสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา เปิดเผยว่า การจัดเก็บขยะมูลฝอยในพื้นที่เมืองพัทยานั้น สำนักการคลังเป็นผู้ดำเนินการ ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเก็บและขนส่งปฏิกูลหรือมูลฝอยเอง โดยคิดเรตอัตราการจัดเก็บทั่วไปประเดือนที่มีปริมาณ 1 วัน ไม่เกิน 20 ลิตร จำนวน 40 บาท/เดือน แต่ถ้าจำนวนปริมาณขยะมีเกินกว่า 20 ลิตร แต่ไม่เกิน 500 ลิตร จะคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอีก 40 บาท/เดือน/ราย  ส่วนรายที่มีปริมาณขยะมูลค่าต่อวันเกิน 500 ลิตรขึ้นไปแต่ไม่เกิน 1 ลบ.เมตร จะคิดอัตราค่าธรรมเนียมรายละ 2,000 บาทต่อเดือน และถ้าเกินกว่า 1 ลบ.เมตร ก็จะคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 2,000 บาท

สำหรับขั้นตอนการจัดเก็บและอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวนั้น เป็นไปตามข้อบัญญัติเมืองพัทยา เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2559 ซึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหานั้น เป็นพื้นที่ที่มีการว่าจ้างภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการ แต่การปรับเพิ่มอัตรา และการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต้องมีการแจ้งเรื่องให้เมืองพัทยาทราบ และตามที่ “สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน” ท้วงติงมาคือ ภาคเอกชนเองไม่มีหน้าที่ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเองแต่อย่างใด ต้องเป็นเรื่องของสำนักการคลัง หรือเมืองพัทยาเท่านั้น ที่สำคัญการชำระค่าธรรมเนียมทุกครั้ง ต้องมีใบเสร็จรับเงินจากทางราชการด้วย  ดังนั้นการกระทำดังกล่าวจึงถือว่าไม่ถูกต้อง

นายสัญญา กล่าวต่อไปว่าขณะนี้ ได้ประสานงานไปยังผู้รับเหมาการจัดเก็บขยะมูลฝอยแล้ว ก็ได้รับแจ้งจากว่าได้ทำการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และพบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายความผิด ซึ่งปัจจุบันได้สั่งการให้พนักงานรายดังกล่าว พ้นจากหน้าที่และออกจากงานไปแล้ว พร้อมกำชับให้พนักงานใหม่เข้าไปจัดเก็บให้เรียบร้อย และสม่ำเสมอ ขณะที่เมืองพัทยาก็จะทำการตรวจสอบ และเฝ้าระวังเพื่อลดปัญหาในลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป  จึงอยากขอฝากให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่มากล่าวอ้าง และให้สอบถามข้อมูลได้ตลอดเวลา ที่สำนักสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว.