เมืองพัทยา เดินหน้าให้ประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป และกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง ลงทะเบียนจองวัคซีน

0
227

By เจษฎา หอมกลิ่น

เมื่อ 13 พฤษภาคม 64 ที่ ชุมชนซอยกอไผ่ นายธนกร สิงห์คำโล ผช.นักวิชาการสาธารณะสุข สำนักการสาธารณสุขเมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ลงพื้นที่ชุมชนซอยกอไผ่ โดยมี นางกัญฐณา พรชัย เลขาประธานชุมชนซอยกอไผ่ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ที่ปรึกษา และ อสม.ชุมชนฯร่วมลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์ เดินหน้าให้ประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนจองวัคซีนผ่าน Line หมอพร้อม พร้อมทั้งการให้ความรู้ดูแลตัวเองป้องกันโควิดอย่างถูกวิธีและแจกน้ำยาฆ่าเชื้อฟรีโดยให้ประชาชนนำขวดมาใส่



นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวประเด็น “หมอพร้อม” กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีและ 7 โรคเรื้อรัง เริ่มฉีดวัคซีน 7 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป ว่า สำหรับการลงทะเบียนจองวัคซีนโควิด19 ในกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 11.7 ล้านคน และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง คือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง เบาหวาน และโรคอ้วน  4.3 ล้านคน รวมเป็น 16 ล้านคน ขณะนี้มีการจองคิวสะสมรวม 1,730,526 ราย (ข้อมูลเวลา 14.00 น. วันที่ 11 พ.ค.64) อย่างไรก็ตาม แต่การลงทะเบียนเพื่อรับการฉีดวัคซีนอยู่ 1.7 ล้านคน หรือประมาณ 10% ของจำนวนคนทั้งหมด อาจจะเป็นเพราะความยุ่งยากในการลงทะเบียนและ ขณะเดียวกันอาจจะไม่เหมาะกับชาวต่างชาติ เพราะต้องลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือ การใช้ระบบ Walk-in อาจจะหมาะสมกับผู้สูงอายุมากกว่า ทั้งนี้การให้วัคซีนแก่สองกลุ่มนี้ก่อน เพื่อรักษาและคุ้มครองชีวิต ยืนยันว่าไม่ได้ละเลยคนกลุ่มอื่น


นายธนกร สิงห์คำโล ผช.นักวิชาการสาธารณสุข สำนักการสาธารณสุขเมืองพัทยาได้เปิดเผยว่า  ทางเมืองพัทยานั้นช่วงก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนในกลุ่มที่ 1 คือกลุ่มบุคคากรทางการแพทย์กลุ่มเสี่ยง และผู้ที่ทำงานร่วมกันไปแล้ว ต่อมาก็ได้เดินหน้าประชาสัมพันธ์ประชาชนกลุ่มที่ 2 ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไปและ 7 โรคเรื้อรังลงทะเบียนจองวัคซีนผ่าน Line หมอพร้อม ซึ่งจะเริ่มฉีดในเดือน มิ.ย.นี้ โดยจะจัดให้ประชาชนในพื้นที่ที่ใกล้ รพ.ไหนให้ไปฉีดที่ รพ.นั้น หรือสถานที่ ที่เมืองพัทยาจัดเตรียม เพื่อลดความแออัด  และประชาชนสัมพันธ์ให้ประชาชนอย่าวิตกในการฉีดวัคซีนเพราะทางการแพทย์ได้มีการทดลองและผลของในกลุ่มแรกที่ได้ฉีดวัคซีนไปก็ไม่ได้มีผลเสียแต่อย่างใด ทั้งนี้วัคซีนที่นำเข้ามา มี 2 ชนิดคือ ซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนกา ซึ่งการฉีดนั้นแพทย์จะใช้ดุลพินิจในความเหมาะสมในการฉีดให้แก่ประชาชนเอง แต่ ผลของวัคซีนทั้ง 2 ชนิดนั้นให้ผลแบบเดียวกันคือสร้างภูมิต้านทานแก่ร่างกายตอนนี้อยากให้ประชาชนตื่นตัวในการรับวัคซีนและอย่าได้กังวลและเชื่อมั่นในทีมแพทย์เพื่อที่จะได้เร่งฉีดให้เกิดภูมิต้านทานหมู่เราทุกคน จะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติและเมื่อฉีดวัคซีนไปได้กว่า 70 % ครบแล้วสถานการณ์ต่างๆคาดว่าจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไปจัดอยู่ในเฟสที่ 3 คาดจะเริ่มฉีดในเดือน กรกฎาคม 64 นี้.