เมืองพัทยา ลุยลงพื้นที่บ้านสุขาวดี ปิด 3 หมาย ห้ามก่อสร้างต่อเติมใช้อาคาร และให้รื้อถอนอาคารใน 45 วัน หลังบุกรุกที่สาธารณะ

0
49

จากกรณีที่มีรายงานว่า ปัจจุบันพื้นที่ทางเท้าฟุตปาธสาธารณะ บริเวณหลังบ้านสุขาวดี ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งมีแนวติดกับทะเลตลอดความยาวนับร้อยเมตร ซึ่งเมืองพัทยาได้ดำเนินการไปจัดสร้างไว้ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในการสัญจร ปรากฏว่าปัจจุบันมีการนำภาพของพื้นที่ดังกล่าว ไปเผยแพร่ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเป็นภาพที่มีผู้ประกอบการ นำพื้นลักษณะเป็นหญ้าเทียมมาปูทับทางเท้าฟุตปาธสาธารณะดังกล่าวไว้ พร้อมการจัดทำบันไดขึ้นลง กินพื้นที่สาธารณะจำนวนหลายจุด  จนกระทั่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำดังกล่าวเป็นอย่างมาก ว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และขัดต่อข้อกฎหมายหรือไม่นั้น ซึ่งต่อมาเมืองพัทยาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และให้ดำเนินการแก้ไขเร่งด่วน ขณะที่ปัญหาอื่นๆโดย เฉพาะกรณีของการที่เมืองพัทยา ได้ร่วมกับสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง เข้าทำการรังวัดพื้นที่เนื่องจากรับแจ้งว่ามีหลายส่วน ที่เป็นพื้นที่ถนนสาธารณะ และพื้นที่ทะเลซึ่งมีการถมไว้

โดยผลการตรวจสอบพบว่า มีการก่อสร้างอาคารทับแนวถนน ที่ทะลุต่อเชื่อมกับซอยบางละมุง 8 จึงได้ออกคำสั่งให้รื้อถอน และทางบ้านสุขาวดีได้ให้ความร่วมมือดำเนินการไปแล้ว ยังเหลือในส่วนของอาคารขนาดใหญ่ ที่สร้างอยู่บนพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นทะเล ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ล่าสุดเมื่อ 12 กรกฎาคม 61 นายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายอธิพัชร์ ยิ่งศิริธัญรัฐ รองปลัดเมืองพัทยา นายมรุต อุทัยวัฒนานนท์ วิศวกรโยธา นายธิปชัย รัตนวีระถาวร รักษการผู้อำนวยการส่วนผังเมือง หัวหน้าฝ่ายดูแลรักษาและคุ้มครองที่สาธารณะ เจ้าหน้าที่จากสำนักการช่างเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่เทศกิจ และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.14 เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพแนว ทางเดินเท้าฟุตปาธในบริเวณดังกล่าว ซึ่งพบว่าหลังจากที่เมืองพัทยาได้นำแผงเหล็กมาปิดกั้น เพื่อห้ามไม่ให้มีการนำรถบัสขนาดใหญ่มาวิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวบนทางเดินเท้าฟุตปาธดังกล่าว ปัจจุบันสภาพแนวทางเดินเท้า ถูกปูไว้ด้วยพรมและหญ้าเทียมสีเขียวตลอดแนว มีความยาวหลายร้อยเมตร รวมทั้งมีการจัดบันไดขึ้นลงจากบ้านสุขาวดีลงมาที่ฟุตปาธ และการจัดตั้งเก้าอี้ไม้จำนวนหลายจุด ตลอดแนวทางเดิน

ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต และถือเป็นการบุกรุกที่สาธารณะ จึงทำการสั่งให้ทำการรื้อถอนโดยทันที พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 39 จึงทำการอายัดสิ่งของตรวจยึดมายังเมืองพัทยา เพื่อให้ผู้บุกรุกไปดำเนินการชำระค่าเปรียบเทียบปรับ  พร้อมกันนี้เมืองพัทยายังได้นำป้ายประกาศขนาดใหญ่ เป็นประกาศเมืองพัทยา ระบุข้อความว่า บริเวณนี้เป็นที่สาธารณะประโยชน์ ผู้ใดบุกรุกหรือครอบครอง เป็นการกระทำความผิดฐานเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ต้องระวางโทษตามที่ประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดไว้  จึงขอให้ดำเนินการรื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้าง บนที่สาธารณะตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ก่อนจะทำการปิดหมาย ค.7 หรือหมายคำสั่งรื้อถอนอาคารตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กรณีก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร กระทำการโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ โดยทางเมืองพัทยาได้แจ้งความมา ยัง บริษัท เฮลท์ฟู้ด อินเตอร์เนชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด โดยให้รื้อถอนอาคารโครงเหล็ก 1 ชั้น ขนาด 25×61 เมตร จำนวน 1 หลัง ที่ใช้เป็นเวที ห้องครัว และป้ายขนาด 7X9 เมตรจำนวน 2 ป้าย โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 61 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ยังทำการปิดหมาย ค.4 ที่ห้ามมิให้บุคคลใดใช้อาคารหลังดังกล่าว และหมาย ค.3 เพื่อระงับการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ตามาตรา 10 วรรค 1 และ มาตรา 41 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ.ควบ คุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งปัจจุบันเมืองพัทยาได้มอบหมายให้นิติกรทำการรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนิน การแจ้งความดำเนินคดีตามลำดับต่อไป.