เมืองพัทยา นักท่องราตรีโหรงเหรง พิษโควิดกระทบการท่องเที่ยวเสียหายนับแสนล้าน

เมื่อ 4 สิงหาคม 63 ที่ ชุมชนซอยกอไผ่ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยข้อมูลจาก นายธีรศักดิ์ จตุพงษ์ หัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยา เรื่องของสถานการณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาว่า ที่ผ่านมาหลังจากที่พิษโควิด-19 ทำให้เมืองพัทยา กลายเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ หายไปกว่า 80 % ด้วยสถานการณ์บังคับที่ไม่สามารถเปิดประเทศได้อย่างอิสระ  ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทยและเมืองพัทยาได้  โดยเมืองพัทยาได้รับผลกระทบด้านการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท และทราบข้อมูลว่าในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนลดการเดินทาง ทำให้การจำหน่ายน้ำมันของ ปตท.หายไปกว่า  70%  แต่ธุรกิจที่เติบโตในยุคนี้คือธุรกิจการค้าขายออนไลน์  และการขนส่งสิ่งของต่างๆ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะทุกคนลดการเดินทาง และหาซื้อทุกอย่างได้เพียงมีอินเทอร์เน็ต


ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศผับบาร์  ร้านนวด ช่วงเวลาประมาณหัวค่ำ ระหว่าง 20.00 น.-21.00 น. ในซอยต่างๆบริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ถนนพัทยาสายสอง  ปรากฎว่าถนนโล่งรถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก  นักท่องเที่ยวเหลือประมาณ 10-20 %  ถึงแม้ว่าจะมีการคลายล๊อคต่างๆแล้ว แต่ความคึกคักของเมืองพัทยาสีสันยามค่ำคืนยังไม่กลับมา อาจจะด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ ทำให้นักท่องราตรีต่างๆไม่มีเงินมาจับจ่ายฟุ่มเฟือยเหมือนแต่ก่อน และอาชญากรรมมากขึ้นด้วย เป็นผลพวงที่ตามมา  อีกปัจจัยก็คือสถานบริการ สถานบันเทิงต่างๆ ยังคงสามารถเปิดได้เพียงถึงเวลา  24.00 น. ก็อาจเป็นสาเหตุให้ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร

ทางด้าน นางประดับ ผุ้ประกอบการบาร์เบียร์แห่งหนึ่ง ซอย 7 ชายหาดพัทยา เผยว่า ในช่วงนี้ทางร้าน ยังคงลดจำนวนพนักงานลง  และเปิดขายอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อประคับประคองธุรกิจ เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เป็นชาวเยอรมัน ที่จะเดินทางมาทุกปีในช่วงปลายปี  ไม่สามารถเดินทางมาได้เหมือนแต่ก่อน ปัจจุบันขายให้แต่กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่อยู่ในเมืองพัทยา กว่า 80 % คนไทยส่วนน้อยประมาณ 10 % มีหลงเหลือต่างชาติชาวรัสเซีย และอินเดีย อีกประมาณ 10 % ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยู่เมืองไทยมานาน และรู้จักวิถีชีวิตเป็นอย่างดี ซึ่งคาดหวังกำไรจากกลุ่มนี้ลำบาก และมีมาใช้บริการทั้งหมดรวมกันในตอนนี้ไม่ถึง 50 %  ซึ่งก็พอได้เปิดร้านให้พนักงานได้มีงานทำ มีค่าเช่าร้าน และได้ค่าครองชีพควักทุนน้อยลง แต่หากมีการขยายเวลาออกไปอีก เป็นตี 2 เหมือนเดิม หรือมีการจัดงานอีเว้นส์ต่างๆในเมืองพัทยา มีการเปิดประเทศจับคู่กลุ่มเสี่ยงน้อย ก็อาจจะดีขึ้นมาบ้างในอนาคต.