เมืองพัทยาเร่งปฏิบัติการเชิงรุก คัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

0
401

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก จนถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือสีแดงเข้ม แต่จากมาตรการป้องกันที่เข้มข้น และการควบคุมที่มีประสิทธิภาพทำให้ที่ผ่านมา จังหวัดชลบุรีไร้ผู้ติดเชื้อนานนับสัปดาห์ จนล่าสุดมีการประกาศเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีส้มหรือควบคุมสูง พร้อมผ่อนปรนนโยบายควบคุมหลายด้าน และเปิดความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวใหม่อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และป้องกันการแพร่ระบาด ที่อาจส่งผลกระทบต่อเมืองพัทยาอีกครั้งในอนาคต สำนักการสาธารณสุขเมืองพัทยา จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรี และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติการเชิงรุก ในการร่วมกันป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในวงกว้าง โดยดำเนินการตรวจคัดกรองแบบเชิงรุก เพื่อค้นหาผู้ประกันตนที่อาจติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในสถานประกอบการพื้นที่เมืองพัทยาล๊อตแรกจำนวน 530 ราย ทั้งนี้เพื่อการค้นหา ป้องกัน ควบคุม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดิน ทางมาพักผ่อนในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ล่าสุดเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 64  ที่ โรงแรมเบลลาเอ็กซ์เพรส พัทยากลาง จ.ชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นางสุกุมล คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นาวาตรี วิทวัส กู้ประเสริฐ ประกันสังคมจังหวัดชลบุรี และ นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิภารามแหลมฉบัง ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ประกันตน ที่อาจติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในสถานประกอบการพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรี ในการสุ่มตรวจเชิงรุกหรือ swap ให้กับพนักงานหรือลูกจ้างของสถานประ กอบการที่มีสิทธิ์ประกันตนในพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อเป็นการค้นหา และป้องกันการแพร่ระบาดรอบใหม่ 

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่าการตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อค้นหาผู้ประกันตนที่อาจติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา กับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรี และจังหวัดชลบุรี เพื่อสุ่มตรวจพนักงานจากสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม สปา ร้านอาหาร และสถานประกอบการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อค้นหา และดำเนิน การป้องกันการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกที่ผ่านมาของจังหวัดชลบุรี ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด นอกจากนี้ในพื้นที่เมืองพัทยาสถานการณ์การแพร่ระบาดก็ไม่พบผู้ติดเชื้อต่อ เนื่องมานานนับสัปดาห์แล้ว ดังนั้นการดำเนินการดังกล่าวจึงถือเป็นมาตรการที่สำคัญ ในการสร้างเฝ้าระวังอย่างรัดกุม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาพักผ่อนที่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี หลังมีการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และถึงแม้จะไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่เมืองพัทยาก็ยังมีมาตรการในการป้องกันตามมาตรการของ ศบค. ที่เข้มข้น ด้วยการตั้งการ์ดสูง พร้อมดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างจริงจัง ในการร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 

ด้าน นาวาตรี วิทวัส กู้ประเสริฐ ประกันสังคมจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สำหรับการตรวจคัดกรองเชิงรุกในการหาเชื้อโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตนมาตรการ 33 นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีสิทธิคุ้มครองจากประกันสังคม โดยประกันสังคมจังหวัดชลบุรีได้โควต้าในการตรวจคัดกรองให้กับผู้ประกันตนจำนวน 12,420 คน โดยไม่เสียค่า ใช้จ่ายแต่อย่างใด เพื่อเป็นการช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้าง สำหรับพื้นที่เมืองพัทยาจะดำเนินการตรวจเชิงรุกให้กับผู้ประกันตนจากสถานประกอบการจำนวน 530 ราย และถือเป็นพื้นที่แรกของการดำเนินการในการสร้างความมั่นใจและความสบายใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว 


ขณะที่ นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิภารามแหลมฉบัง กล่าวถึงขั้นตอนของการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าขบวนการตรวจหาเชื้อนั้นจะใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อจำนวนผู้ตรวจหาเชื้อ 150 คน โดยเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญการ ส่วนกระบวนการตรวจนั้นจะตรวจ 2 จุด คือ ผ่านโพรงจมูก เพื่อนำเนื้อเหยื่อหลังโพรงจมูก เข้าไปตรวจหาเชื้อในห้องแลป และอีกส่วนคือการตรวจบริเวณลำคอ ซึ่งการเก็บตัวอย่างในการตรวจทั้ง 2 จุด จะค่อนข้างแม่นยำ และโอกาสในการผิดพลาดของผลตรวจที่จะออกถือว่าน้อยมาก โดยโรงพยาบาลวิภารามแหลมฉบัง มีห้องแลปในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เองจึงทำให้ได้รับผลการตรวจในเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ทั้งนี้หลังทราบผลก็จะมีการส่งผลตรวจให้กับผู้ประกัน ตนของวันถัดไปสำหรับผู้ที่มีผลตรวจเป็นลบ ส่วนผู้มีผลตรวจเป็นบวก ทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งและดำเนินการตามขั้นตอนของสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ทั้งนี้แม้การตรวจหาเชื้อเพียง 1 ครั้งอาจจะไม่สามารถยืนยันได้ 100 % แต่ก็สามารถช่วยในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างมาก.