เมืองพัทยาสั่งห้ามรถตู้จอดแช่บริเวณแหลมบาลีฮาย พร้อมนัดผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ

0
107

เมื่อ 10.00 น.วันที่ 23 กรกฎาคม 62  นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา มอบหมายให้ นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่จัดระเบียบรถตู้ รถโดยสารสาธารณะ บริเวณศาลาอเนกประสงค์ ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย กรณีเร่งด่วน โดยมี นายธีรศักดิ์ จตุพงษ์ หัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยา นายสุรัตน์ เทพฉายโต ผู้อำนวยการส่วนป้องกันภัยพิบัติ พ.ต.ต.จีรวัฒน์ สุคนธทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วนรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง นายคมกฤช พลวิชิตร หัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ พร้อมคณะทำงานจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะในเขตเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

สืบเนื่องจากได้มีการร้องเรียน เกี่ยวกับปัญหารถโดยสารสาธารณะในเขตเมืองพัทยา บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายพัทยาใต้ ที่เกิดความขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ ระหว่างกลุ่มรถโดยสารประจำทาง รถตู้สาธารณะ รถสองแถวสหกรณ์ รถแท็กซี่ รวมถึงรถจักรยานยนต์รับจ้าง ส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อเมืองพัทยา ในการนี้ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จึงได้มอบหมายนโยบายเร่งด่วน ให้นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นตรวจสอบ พร้อมดำเนินการขั้นเด็ดขาดให้เป็นรูปธรรมกรณีเร่งด่วน เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา โดยจากการลงพื้นครั้งนี้ ไร้วี่แววคิวรถตู้สาธารณะนำรถมาจอดบริเวณแหลมบาลีฮาย จึงได้มอบหมายให้ นายคมกฤช พลวิชิตร หัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการทาสีตีเส้นกำหนดจุดจอดรับ – ส่ง นักท่องเที่ยว พร้อมกำชับ สั่งห้ามรถตู้ รถโดยสารสาธารณะจอดแช่ไว้เด็ดขาด หากฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที

นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงต่อผู้ประกอบการสหกรณ์เดินรถสองแถว ให้นำใบเอกสารสิทธิ์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเพิ่มสายวิ่ง เป็นสายที่ 5 จากเดิมมี 4 สายนั้น พร้อมให้ยึดถือตามกฎระเบียบข้อบังคับ และห้ามวิ่งรับ – ส่ง นักท่องเที่ยวนอกเส้นทางที่กำหนดไว้อย่างเด็ดขาด และสำหรับกรณีมีเหตุทะเลาะวิวาท ตามกระแสสื่อโซเซียลนั้น นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชน ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว เพียงแค่เข้าไประงับเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทที่รุนแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ดูแลอำนวยสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว และสามารถเข้าระงับเหตุได้ แต่ไม่สามารถจับกุมได้ ต้องเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจที่ดำเนินการเท่านั้น พร้อมจะเรียกกลุ่มที่ทะเลาะวิวาทมาเจรจาเพื่อรับทราบ เนื่องจากจุดเกิดเหตุถือเป็นสถานที่ราชการ ไม่สามารถกระทำได้และไม่เหมาะสม ถือว่าผิดกฎหมาย และในเวลาต่อมาได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนเพิ่มเติมอีกหนึ่งกรณี คือ มีกลุ่มผู้ประกอบการ โบกรถนักท่องเที่ยวให้นำรถไปจอดในจุดจอดของตนนั้น โดยจะเรียกผู้ประกอบการมาชี้แจงถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสม และห้ามกระทำการดังกล่าวเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.