เมืองพัทยาลงพื้นที่แก้ไขปัญหาขยะมหาศาล ย่านคลองนกยาง

0
238
เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยาเร่งทำการเก็บขยะบริเวณคลองนกยางออก ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานทุกๆปี
เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยาเร่งทำการเก็บขยะบริเวณคลองนกยางออก ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานทุกๆปี

เจษฎา หอมกลิ่น

เมื่อ 17 พฤษภาคม 60 ที่ คลองนกยาง นาเกลือ นายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักการช่าง สำนักสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่เทศกิจ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ และฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีประชาชนในชุมชนริมคลองนกยาง ย่านนาเกลือ ปลูกสร้างรุกล้ำแนวคลองสาธารณะบริเวณคลองนกยาง และทิ้งขยะลงในคลองจนเต็มล้น ในบริเวณป่าชายเลนริมหาดนาเกลือ จนเกิดมลภาวะเป็นพิษ  และสตร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ติดตามการเกิดมลภาวะดังกล่าวนี้มานาน จนมีการการร้องเรียนและปรากฏเป็นข่าวตามสื่อมวลชนและสื่อโซเชี่ยลต่างๆ เพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

นายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เห็นแล้วรู้สึกมีความห่วงใย จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ระดมเก็บขยะบริเวณดังกล่าวจนเป็นที่เรียบร้อย และฝากวิงวอนผ่านสื่อมวลชนมาถึงประชาชนบริเวณดังกล่าวอย่าทิ้งขยะลงไปอีก และนายกเมืองพัทยาได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้บังคับใช้กฎหมายแก่ผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง คือมีโทษปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บ. หรือตามความเหมาะสม แต่ไม่มีโทษจำคุก เพื่อร่วมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองพัทยา และสุขอนามัยของพี่น้องประชาชนในชุมชนของตนเองด้วย และจากนี้ไปจะมีการหารือร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสภาพพื้นที่ภายในคลองนกยาง บริเวณหลังชุมชนวัดช่องลม ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งแต่เดิมจะมีสภาพเป็นป่าชายเลน ที่มีต้นโกงกางขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น โดยจะมีฝูงนกน้ำหายาก หลากหลายสายพันธุ์ รวมทั้งสัตว์น้ำขนาดเล็ก ที่ใช้เป็นพื้นที่อนุบาลที่ถือเป็นผืนป่าชายเลนแห่งสุดท้ายของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ปรากฏว่ามีสภาพทรุดโทรมอย่างหนักจากปัญหาการบุกรุกแผ้วถางแนวลำคลอง เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน อีกทั้งยังมีเศษขยะมูลฝอย และสิ่งปฏิกูล ที่ถูกทิ้งไว้เต็มแนวลำคลอง รวมถึงน้ำเน่าเสีย จากการชำระล้างสิ่งสกปรกจากชุมชนที่ถูกปล่อยทิ้งลงสู่แหล่งน้ำอย่างไม่ใส่ใจต่อคุณภาพของสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทางทะเล โดยเฉพาะพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็ก และแหล่งเพาะพันธุ์นกน้ำหายากหลากหลายสายพันธุ์ ที่อาจเข้าขั้นวิกฤติและส่งผลให้สัตว์อพยพหรือสูญพันธุ์จากพื้นที่ไปในที่สุด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวระบุว่า คลองแห่งนี้มีลักษณะเป็นป่าชายเลน  มีต้นโกงกางขึ้นอย่างหนาแน่นมาตั้งแต่อดีต โดยจะมีนกน้ำและสัตว์น้ำมาอาศัยอยู่มากมาย ต่อมาภายหลังเมื่อความเจริญเข้ามามากขึ้นและมีการบุกรุกแผ้วถางป่า รวมทั้งการสร้างอาคารรุกล้ำแนวคลอง สุดท้ายก็มีการทิ้งขยะสิ่งปฏิกูลและน้ำเสียลงไปอย่างไร้จิตสำนึก จนปัจจุบันสภาพของป่าแห่งนี้ที่ถือเป็นผืนสุดท้ายของเมืองพัทยามีสภาพทรุดโทรมอย่างหนัก แต่ก็ไม่พบเห็นว่ามีหน่วยงานใดมาดูแล บูรณะ หรือฟื้นฟูเพื่อให้ธรรมชาติกลับสู่สภาพเดิมแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาเห็นมีการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ขึ้นหลายกลุ่ม โดยมีการจัดกิจกรรมในการรักษาความสะอาดและทรัพยากรธรรมชาติหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็จะไปทำกันแต่ช่วงกลางคลอง ขณะที่บริเวณต้นคลองที่ติดทางด้านหลังวัดช่องลม นาเกลือ ซึ่งมีลักษณะเป็นคลองตันจะมีเศษขยะและสิ่งปฏิกูลมาก มาย จึงอยากวอนผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เร่งตรวจสอบ ดำเนินการแก้ไขด่วน อย่างยั่งยืนต่อไป

ทางด้านเมืองพัทยาขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่าน หากพบเห็นผู้ใดฝ่าฝืน ลักลอบทิ้งขยะลงคลองดังกล่าว โปรดแจ้งมาได้ที่ Pattaya Contact Center 1337 หรือที่สายตรงนายกเมืองพัทยา www.pattaya.go.th

สภาพคลองหลังจากที่เก็บแล้ว
สภาพคลองหลังจากที่เก็บแล้ว