เมืองพัทยาประกาศใช้ข้อบัญญัติ การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขและแมว 2562 ในพื้นที่สาธารณะ

0
148

ตามที่สภาเมืองพัทยาได้พิจารณาเห็นชอบให้เมืองพัทยา ตราข้อบัญญัติ เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขและแมว พ.ศ.2562 ไปแล้วนั้น บัดนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เห็นชอบในข้อบัญญัติเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ได้ลงนามในข้อบัญญัติเมืองพัทยาฉบับดังกล่าวแล้ว เพื่อให้ข้อบัญญัติฯมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ ตามความในมาตรา 78(2) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2562 ซึ่งกำหนดให้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา และให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นเจ็ดวันนับแต่วันประกาศ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2562

ข้อบัญญัติเมืองพัทยา เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขและแมว พ.ศ. 2562 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 62 และมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับมาตรา 29 มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเมืองพัทยา โดยความเห็นชอบของสภาเมืองพัทยา และผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้ตราข้อบัญญัติไว้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสม กับการดำรงชีพของประชาชนในท้องถิ่น หรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสุนัขและแมว ให้พื้นที่ในเขตอำนาจของเมืองพัทยา เป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขและแมว โดยกำหนดให้พื้นที่สาธารณะ ทางบนถนนพัทยาเหนือ ตั้งแต่ถนนสุขุมวิท ถึงบริเวณวงเวียนปลาโลมา และพื้นที่ๆนายกเมืองพัทยาประกาศกำหนดเป็นเขตห้ามเลี้ยง หรือปล่อยสุนัขและแมวโดยเด็ดขาด ซึ่งกำหนดพื้นที่เขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขและแมว ในจำนวนที่กำหนด คือ 1. ในเขตเมืองพัทยา เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข ไม่เกินจำนวน 2 ตัว ต่อหนึ่งครัวเรือนที่มีขนาดพื้นที่ 18 ตารางวา  2. ในเขตเมืองพัทยา เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยแมว ไม่เกินจำนวน 3 ตัว ต่อหนึ่งครัวเรือน ที่มีขนาดพื้นที่ 18 ตารางวา
กรณีที่ต้องการเลี้ยงเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามหลักเกณฑ์ที่เมืองพัทยากำหนด ทั้งนี้ไม่ใช้บังคับต่อจำนวนสุนัขและแมวที่เลี้ยงไว้ก่อนข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับ ซึ่งเจ้าของที่เลี้ยงสุนัขและแมวไว้เกินกว่าที่กำหนด ต้องดำเนินการตามมาตรการในเรื่องการขึ้นทะเบียนที่กำหนดให้ถูกต้อง และจัดการทำหมันเพื่อควบคุมจำนวนให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบัญญัติ

ทั้งนี้การให้พื้นที่ในเมืองพัทยาทั้งหมดเป็นเขตที่การเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขและแมวต้องอยู่ภายใต้มาตรการดังนี้—-การขึ้นทะเบียนสุนัขและแมว
1. ให้เจ้าของสุนัข และแมวต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวทุกตัวที่อยู่ในครอบครองต่อเมืองพัทยาภายใน 365 วัน นับแต่ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับ และรับบัตรประจำตัวสุนัขและแมว หรือสัญลักษณ์หรือวิธีการอื่นใดตามแบบที่เมืองพัทยากำหนด
2. หากเจ้าของสุนัข และแมวต้องการมอบ สละการครอบครองหรือเปลี่ยนแปลงสิทธิการเป็นเจ้าของให้แก่บุคคลอื่น ต้องแจ้งต่อเมืองพัทยาภายใน 30 วัน
3. ในกรณีที่มีสุนัข และแมวเกิดใหม่ ให้เจ้าของดำเนินการขึ้นทะเบียนภายใน 120 วัน โดยสุนัขและแมวต้องได้รับการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า
4. กรณีที่เจ้าของนำสุนัข และแมวที่อยู่ในครอบครองย้ายออกนอกเขตเมืองพัทยาโดยถาวร หรือสุนัขและแมวที่อยู่ในครอบครองตาย จะต้องดำเนินการแจ้งให้เมืองพัทยาทราบภายใน 30 วัน

– การป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า
1. เจ้าของสุนัขและแมวต้องจัดการให้สุนัขและแมวทุกตัวได้รับการฉีดวัคซีนจากนายสัตวแพทย์ หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากนายสัตวแพทย์ หรือผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ โดยการฉีดวัคซีนครั้งแรกเมื่อสุนัขและแมวนั้นมีอายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 4 เดือน และได้รับการฉีดวัคซีนครั้งต่อไปตามระยะเวลาที่กำหนดในใบรับรองการฉีดวัคซีน
2. หากเจ้าของสุนัขและแมวพบเห็นอาการ หรือสงสัยว่าสุนัขและแมวในครอบครองมีอาการของโรคพิษสุนัขบ้า ให้กักสุนัขและแมวไว้และแจ้งต่อเมืองพัทยาภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรค
3. ในกรณีที่เกิดการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ตามประกาศเขตกำหนดโรคระบาดชั่วคราว ให้เจ้าของสุนัขและแมวทำการควบคุมสุนัขและแมวไว้ ณ สถานที่เลี้ยงจนกว่าจะสิ้นระยะเวลาตามประกาศ


ส่วนการควบคุมด้านสุขลักษณะสถานที่เลี้ยง ให้เจ้าของสุนัขและแมวดำเนินการจัดสถานที่เลี้ยงสุนัขและแมวให้เหมาะสม สะอาดถูกสุขลักษณะอยู่เสมอควบคุมดูแลสุนัขและแมวไม่ให้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง ส่วนการควบคุมเมื่อนำสุนัขและแมวออกนอกสถานที่เลี้ยงสัตว์ ให้เจ้าของสุนัขและแมวพกบัตรหรือติดเครื่องหมายประจำตัวสุนัขและแมว และต้องมีการควบคุมดูแลไม่ให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น รวมทั้งต้องจัดการมูลสัตว์หรือของเสียอันเกิดจากสุนัขและแมวในสถานที่ หรือทางสาธารณะ หรือสถานที่อื่นใดให้ถูกสุขลักษณะโดยทันที ทั้งนี้หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ประกาศ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2562