เทศบาลนาจอมเทียน สนธิกำลังร่วมกรมทรัพย์ฯ สิ่งแวดล้อมจังหวัด เร่งลงพื้นที่

0
82

ตรวจพิสูจน์ปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงทะเลอ่าวนาจอมเทียน ชี้เป็นน้ำเสีย ขุ่นตะกอนค้างท่อ ไหลปะปนลงทะเลช่วงมรสุม เผยระบบบำบัดยังไม่สมบูรณ์เตรียมประสานเมืองพัทยาข่อต่อเชื่อมแก้ปัญหาชั่วคราว ก่อนเร่งทำ EIA สร้างโรงบำบัดถาวร

จากกรณีที่มีร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งการนำเสนอภาพในโลกโซเชียลกรณีที่มีการปล่อยน้ำเสียจำนวนมากลงสู่ทะเลบริเวณชายหาดนาจอมเทียน ม.1 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งเหตุการณ์ดัง กล่าวทำให้น้ำเสียจำนวนมากเกิดการกระจายตัวและลอยเข้าสู่พื้นที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งถือว่าสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากนั้น

ล่าสุดวันที่ 8 พฤษภาคม 61 นายปวิตรวีร์ วิจบ ปลัดอาวุโสอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายจิรศักดิ์ สุภารส รักษาการผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลตำบลนาจอมเทียน และตัวแทนจากกรมทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและชายฝั่งชลบุรี เจ้าหน้าที่สำนักงานธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี ผู้นำชุมชน ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสันเขื่อน ใกล้ร้านอาหารปูเป็น ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งมีการจัดทำเป็นท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ต่อเชื่อมลงสู่ชายหาด เพื่อตรวจสอบสภาพและหาสาเหตุของปัญหาน้ำเสียที่เกิดขึ้น

ด้าน นายจิรศักดิ์ สุภารส รักษาการผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลตำบลนาจอมเทียน เปิดเผยว่าสำหรับจุดที่มีปัญหาน้ำเสียลงทะเลนั้น เป็นจุดที่มีการจัดทำบ่อพักแบบ Box Converse ขนาด 1.20×1.50 เมตร ฝังลงใต้ผิวจราจรขนาดความลึก 1.5 เมตร ซึ่งมีการท่อระบายน้ำต่อมาจากที่พักอาศัย สถานประกอบการโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และชุมชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 รวมประมาณ 2-3 ตารางกิโลเมตร ส่วนสาเหตุที่เกิดปัญหาน้ำเสียลงทะเลนั้นมาจากปริมาณน้ำเสียค้างท่อ ด้วยระบบดังกล่าวเป็นการใช้ท่อรวมเพื่อรับน้ำเสียและน้ำฝนจากชุมชนโดยตรง เมื่อมีปริมาณฝนตกลงมาเป็นจำนวนมากจึงทำให้ปริมาณน้ำจะซัดฝุ่นตะกอนค้างท่อไหลรวมกันก่อนระบายลงสู่ทะเลจนเป็นปัญหาขึ้น

สำหรับกรณีน้ำเสียนี้ ในส่วนเทศบาลไม่ได้มีระบบบ่อบัดเหมือนกับเมืองพัทยา เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการจัดทำโครงการ การทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA และการปรับแบบ รวมทั้งการทำประชาพิจารณ์จากประชาชน ก่อนเสนอของบประมาณจัดสรรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในช่วงของการรอโครง การนี้ที่ผ่านมาทางเทศบาลจึงได้มีการประสานมายังเมืองพัทยาเพื่อขอต่อเชื่อมระบบท่อเข้าสู่การบำบัดที่โรงบำบัดน้ำเสียซอยวัดบุญกัญจนาราม ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แต่ยังติดขัดเรื่องข้อกฎหมายและการตอบรับที่ชัดเจนจากเมืองพัทยา ด้วยจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของค่าใช้จ่าย การจัดเก็บค่าธรรมเนียม และความเห็นชอบผ่านสภาเมืองพัทยาเสียก่อน จึงทำให้เป็นปัญหาคาราคาซังมาจนถึงปัจจุบัน

นายจิรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่าอย่างไรก็ตามหลังเกิดปัญหาขึ้นก็ได้รับการประสานจากสำนักช่างสุขาภิ บาลเมืองพัทยาว่าจะอนุญาตให้ทำการต่อเชื่อมท่อระบายน้ำ เข้าสู่ระบบบำบัดของเมืองพัทยาเป็นการชั่วคราว เพื่อลดผลกระทบและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมรวมทั้งระบบนิเวศน์ทางทะเลในพื้นที่อ่าวนาจอมเทียน และจอมเทียน เนื่องจากทั้งสองพื้นที่มีอาณาเขตติดต่อกัน และในวันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคมนี้ทางคณะผู้บริหารของเทศบาลนาจอมเทียน จะได้เดินทางเข้าหารือกับตัวแทนของเมืองพัทยาเพื่อขอความร่วมมือและการแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป

ขณะที่ นายปวิตรวีร์ วิจบ ปลัดอาวุโส อำเภอสัตหีบ กล่าวว่า จากการสอบถามไปยังเทศบาลทราบว่ามีกฎหมายข้อห้ามในเรื่องของการปล่อยน้ำเสียลงสู่ท่อระบายหรือทะเลโดยตรง ซึ่งรับแจ้งว่ามีการบังคับใช้และตรวจสอบอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตามจากปัญหาที่เกิดขึ้นคงชี้ชัดไม่ได้ว่าระบบการระบายน้ำและการป้องกันน้ำเสียจากชุมชนและสถานประกอบการต่างๆมีการดำเนินการครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งจากนี้จะได้สั่งการให้ผู้เกี่ยว ข้องเข้าทำการตรวจสอบระบบอย่างจริงจัง โดยหากพบว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียเข้าสู่ระบบหรือทะเลโดย ตรงก็จะมีการเอาผิดทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

มีรายงานเพิ่มเติมว่าในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 จ.ชลบุรี ได้ลงพื้นที่ เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำทะเลในบริเวณดังกล่าวไปตรวจสอบถึงมาตรฐานว่ามีอันตรายและมีผลต่อสิ่งแวด ล้อมทางทะเลรวมถึงระบบนิเวศน์หรือไม่ ซึ่งจะใช้เวลาในการตรวจพิสูจน์ประมาณ 1 สัปดาห์จึงจะทราบผล สรุปที่ชัดเจน.