เข้มรถสองแถว คสช.เอาจริง จัดประชุมคณะทำงานจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ

0
54
การประชุมคณะทำงานจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ  มีมติเข้มสองแถว  และให้ผู้ใช้บริการลงตามจุดที่กำหนด
การประชุมคณะทำงานจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ มีมติเข้มสองแถว และให้ผู้ใช้บริการลงตามจุดที่กำหนด

เมื่อ 7 กรกฎาคม 60 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา พลตรีภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ รองประธานสภาเมืองพัทยา ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เป็นประ ธานการประชุมคณะทำงานจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ โดยเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่ เข้าร่วมหารือและชี้แจงแนวทางการปฏิบัติ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านภาพลักษณ์ รวมทั้งการจัดระเบียบการท่องเที่ยวอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ทั้งปัญหาเรื่องของรถเช่าชายหาด รถโดยสารสาธารณะ ปัญหาการจราจร ความคืบหน้าการปรับปรุงและพัฒนาชายหาด ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับการจัดกิจ กรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ  ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองพัทยาภายในเดือนพฤศจิกายน 60 นี้

พลตรีภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ รองประธานสภาเมืองพัทยา ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านภาพลักษณ์ รวมทั้งการจัดระเบียบการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง รองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ ที่จะจัดขึ้นที่เมืองพัทยา ปลายปีนี้.
พลตรีภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ รองประธานสภาเมืองพัทยา ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านภาพลักษณ์ รวมทั้งการจัดระเบียบการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง รองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ ที่จะจัดขึ้นที่เมืองพัทยา ปลายปีนี้.

พลตรีภพอนันฒ์ ระบุว่า ปัญหารถโดยสารสาธารณะในเขตเมืองพัทยาพบว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่หมักหมมมาเป็นเวลานาน  ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง คสช.ได้เข้ามากำหนดนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังไปแล้ว โดยเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันจับกุม ผู้ประกอบการที่กระทำผิดและสร้างปัญหา และส่งผลกระ ทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ทั้งการแก้ไขปัญหาเรื่องของการเดินรถสองแถว ที่ต้องกลับมาใช้เส้นทางตามการสัมปทาน 4 เส้นทางหลักในเมืองพัทยา พัทยาเหนือ  พัทยากลาง  พัทยาใต้  และซอยบัวขาว  หลังจากมีการนำรถออกมาวิ่งรับผู้โดยสารนอกเส้นทาง สร้างปัญหาการจราจร รวมทั้งการกำหนดจุดจอดรับส่งผู้โดยสารที่ชัดเจน และยกเลิกระบบการให้บริการในลักษณะเหมาคัน แต่ตลอดระยะเวลาของการเฝ้าระวังพบว่าสามารถจับกุมดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดได้จำนวนกว่า 690 รายจากผู้ประกอบการทั้งหมด 712 คัน ซึ่งถือว่ามีการฝ่าฝืนและกระทำความผิดเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามขณะที่ได้มีการสำรวจและศึกษาเส้นทางการเดินรถใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อการรองรับการบริการ ขณะที่ปัญหาเรื่องของจุดจอดรับส่งนั้น ปัจจุบันเมืองพัทยาได้ลงไปดำเนินการทาสีตีเส้นและกำหนดจุดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งในอนาคตหากผู้ประกอบการฝ่าฝืนไม่รับส่งตามป้าย  และประชาชนเองเองไม่มีวินัยในการขึ้นลง ก็จะต้องถูกดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งปรับและยึดใบอนุญาต ขณะที่ปัญหาการจราจรนั้นจะมีการเกลี่ยจำนวนรถสองแถว เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและลดความแออัดในแต่ละเส้นทาง โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสหกรณ์สองแถวพัทยา โดยส่วนนี้จะมีผู้ประกอบการบางส่วนที่จะออกจากระบบการเดินรถตามเส้นทาง เพื่อไปขออนุญาตการให้บริการในลักษณะเหมาหรือรถทะเบียน 30  ที่จะไปให้บริการตามสถานประกอบการโรงแรมที่มีการร้องขอด้วย โดยจะไม่มีการเพิ่มปริมาณรถจากที่มีอยู่เดิม เพื่อแก้ไขทั้งระบบและลดความขัดแย้งกับกลุ่มผู้ประกอบการแท็กซี่สาธารณะ

“คสช.จะเข้ามาดำเนินการอย่างจริงจัง คือกรณีของรถเช่าที่ให้บริการตามแนวชายหาด ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีจำนวนกว่า 1,664 คันจากผู้ประกอบการกว่า 178 ราย ซึ่งรถเหล่านี้ทำให้พื้นที่จอดรถสาธารณะชายหาดถูกจับจองไปจนหมด ขณะที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่มีพื้นที่รองรับ โดยจะมีการนำระเบียบเก่าของเมืองพัทยามาบังคับใช้ โดยจะอนุญาตให้ผู้ ประกอบการแต่ละราย นำรถมาจอดรอให้บริการได้รายละ 3 คันเท่านั้น พร้อมกันนี้ในส่วนของตัวรถจะต้องมีการทำสี และติดสติ๊กเกอร์แสดงสัญลักษณ์อย่างชัดเจน เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ  ที่สำคัญการให้บริการเช่าแก่นักท่องเที่ยวก็จำเป็นจะต้องมีข้อกำหนดที่ชัดเจน อาทิ ผู้เช่าต้องมีพาส ปอร์ตและใบขับขี่สากลที่ถูกต้อง โดยหลังจากการจัดระเบียบแล้วพบว่าผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนก็จะมีโทษโดยการยกเลิกในการทำกินอย่างเด็ดขาด” พลตรีภพอนันฒ์ กล่าว.