อาบ อบ นวด พัทยาซบเซา ได้รับผลกระทบหลังทัวร์หาย ทั้ง อินเดีย-จีน-ญี่ปุ่น

0
111

เมื่อ 23 พฤศจิกายน 63 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศ ของธุรกิจอาบ อบ นวด ในเมืองพัทยา เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ที่สถานการณ์โควิด -19 ยังไม่คลี่คลาย ภาครัฐได้สั่งให้มีการปิด และเพิ่งผ่อนคลายในเฟสสุดท้ายให้กลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ ในช่วง 1 กรกฎาคม 63 ที่ผ่านมา   แต่ในสภาวะปัจจุบันแม้จะเปิดให้บริการแล้ว แต่โดยรวมยังไม่ค่อยมีลูกค้ามาใช้บริการเหมือนแต่ก่อน เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า ส่วนมากลุกค้าเป็นกลุ่มทัวร์ อินเดีย-จีน-ญี่ปุ่น รองลงมาเป็นกลุ่มยุโรปและคนไทย ตามลำดับ


ปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งภายในประเทศอินเดียเอง ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงมีเพิ่มขึ้นสูง  และทางรัฐบาลไทยยังไม่เปิดรับกลุ่ม นทท. กลุ่มนี้เข้ามา  ส่วนนักท่องเที่ยวจีน ก็มีการเปิดรับคัดกรองเข้ามาแล้ว แต่เป็นส่วนน้อยเท่านั้น ยังไม่สามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน ส่วนยุโรปและไทย คิดเป็นเปอร์ร้อยละ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ที่มาใช้บริการ เนื่องจากกลุ่มยุโรปโดยมาก มีแต่เป็นกลุ่มที่มีบ้านพักอยู่ในเมืองพัทยา ไม่ใช่กลุ่มที่มาท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ส่วนคนไทยที่มาใช้บริการก็เป็นครั้งคราว จะมีมากในช่วงต้นเดือนเท่านั้น

ทางด้าน นางสาวเมวดี หรือน้องเมย์  สงวนนามสกุล  อายุ 25 ปี  สาวอาบ-อบ-นวด  จากภาคเหนือ  ที่ทำงานอาบ-อบ-นวด ในเมืองพัทยาหลายแห่ง อาทิ PP อาบ-อบ-นวด และฮันนี่ อาบ-อบ-นวด ล้วนเป็นอาบ-อบ-นวด ชื่อดังในเมืองพัทยา เผยว่า ตั้งแต่ในช่วงก่อนโควิดที่ผ่านมา ก็ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง หันไปรับงานออนไลน์บ้าง กลับบ้านที่ภาคเหนือบ้าง ไปทำงานหัตถกรรมพื้นบ้านขายในชุมชนก็พอมีรายได้บ้าง ซึ่งในตอนนี้ อาบ-อบ-นวด ในพัทยาไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อน เนื่องจากกลุ่มทัวว์ต่างชาติหายไป   จากเดิมจะได้ลูกค้า 5-7 รอบต่อวัน เหลือ 2-4 รอบต่อวัน ราคาก็มีตั้งแต่ 1,500-2,500 บ.หรือมากกว่านี้ และฮันนี่ 2 ตรงถนนพัทยาเหนือ ก็พึ่งมาเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 63 ที่ผ่านมา  ตั้งแต่เปิดมาก็พอมีลูกค้าบ้าง โดยส่วนมากในตอนนี้ลูกค้าส่วนมากจะเป็นคนไทย ที่จะมาใช้บริการช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดยาว หรือช่วงต้นเดือน ส่วนกลางเดือนก็จะเงียบๆส่วนลูกค้า จีน –ญี่ปุ่น มีมาบ้าง   

ทั้งนี้รายงานเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวว่า นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ เสี่ยสม ได้มีการขยายธุรกิจ ฮันนี่อาบอบนวด สาขาที่ 3 พัทยาใต้ ในช่วงวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา โดยทุ่มงบประมาณในการลงทุน 400 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับการเจริญเติบโตของเมืองพัทยา และเป็นการลงทุนกระตุ้นเศษฐกิจ ตามนโยบายรัฐบาลด้วย