หลากอาชีพที่พึ่งพานักท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ท้อพิษเศรษฐกิจ โชคยังดีที่มีข้าวแจกช่วยคนยากไร้

0
169

By เจษฎา หอมกลิ่น

เมื่อ 2 สิงหาคม 64 บรรยากาศในพื้นที่เมืองพัทยา ตามที่ศบค.กำหนดไว้ว่า ห้ามเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่มีเหตุจำเป็น ปิดสถานบริการทุกประเภท ร้านอาหารให้เปิดได้เฉพาะซื้อกลับบ้าน และให้ปิดบริการในเวลา 20.00 น. ส่งผลให้ประชาชนหลากหลายอาชีพทรุดหนัก กับภาวะเศษรฐกิจที่ดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด หลากหลายธุรกิจในเมืองพัทยาที่ทุกสิ้นเดือน ยังคงมีทยอยยอมแพ้และปิดตัวลงต่อเนื่อง จากการแบกรับภาระค่าครองชีพไม่ไหว อีกทั้งจำนวนคนว่างงาน คนเร่ร่อนจรจัดก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยจากการที่เมืองพัทยา ได้เปลี่ยนลานกิจกรรมแหลมบาลีฮายเป็นลานบุญ ให้ผู้ใจบุญมาแจกสิ่งของจะเห็นได้ว่ามีประชาชนกือบ 1,000 คนต่อวันมารอรับสิ่งของบริจาคไม่เว้นแต่ละวันหลายคนที่มารอับของแจกจากที่ได้มีการพูดคุยเคยมีอาชีพมีงานทำ แต่พอห้างร้านหรือบริษัทปิดตัวลง ก็ต้องตกงานหลายคนที่ยังทำงานอยู่ก็มีแต่รายได้น้อย อาทิ วิน จยย.รับจ้าง หรือรถสองแถวรับจ้าง จากที่เคยมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจาก นทท.แต่พอเจอพิษโควิด ไม่มีนักท่องเที่ยว ส่งผลให้หลายอาชีพในเมืองพัทยาที่ต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวกระทบหนัก เพราะเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยว อาศัยรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก พอมาเจอภาวะที่ปิดสถานที่ท่องเที่ยวปิดธุรกิจท่องเที่ยว ส่งผลให้พนักงานหลายหมื่นหลายแสนคนได้รับผลกระทบ



นายวิชัย สงวนนามสกุล วิน จยย.รับจ้าง ย่านถนนเรียบชายหาดพัทยา เผยว่า ในตอนนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก วันๆแค่ขอให้มีชีวิตรอดปลอดภัยจากโรคระบาด มีข้าวกิน มีค่าใช้จ่ายไปวันๆก็ดีใจมากแล้ว เพราะบางวันได้ไม่ถึงวันละ 50 บาท แต่ก็ยังโชคดีที่คนไทยและต่างชาติที่อยู่ในเมืองพัทยา มีน้ำใจมาแจกข้าวกล่องแทบจะทุกวันก็พอให้บรรเทาข์ความหิวโหยบรรเทาทุกข์ไปได้บ้าง ในส่วนนี้ถึงว่ายังช่วยได้มากทำให้คนที่สิ้นหวังหรออาจจะทำอะไรไม่ยั้งคิด ได้กลับมาคิดทบทวนใหม่ เช่นคนที่กำลังไม่มีทางออกคิดที่จะฆ่าตัวตาย คนที่ไม่มีทางออกคิดจะไปเป็นโจรขโมย ก็ยังทำให้พวกเขาเหล่านี้ที่คิดจะทำเรื่องไม่ดี ให้ฉุกคิดถึงความดีของเหล่าผู้ใจดีเหล่านี้ที่ทำโดยไม่หวังผลตอบแทน

นายพิสูจน์ แซ่คู นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก หรือ THA เผยในช่วงที่ผ่านมาว่า แม้ในวันนี้ จ.ชลบุรี จะถูกยกระดับให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด แต่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในเมืองพัทยายังมีความหวังที่จะได้เห็นการเปิดเมืองแบบ Soft Opening ในวันที่ 1 กันยายนนี้ ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายน่าจะยังเป็นกลุ่มยุโรป ที่อาจหนีความหนาวเย็น เข้ามาพักผ่อนในพื้นที่ โดยภาพที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ สถานการณ์การท่องเที่ยวในปีนี้ คงหมดหวังที่จะมีนักท่องเที่ยวเต็ม 100% เหมือนในอดีตเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคยังรุนแรง แม้แต่ในทวีปเอเชีย หรือยุโรป ปัจจัยที่จะสนับสนุนการเปิดเมืองที่ดีที่สุดคือ การจัดสรรวัคซีนจากภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมาภาคธุรกิจในเมืองพัทยา ได้ร้องขอวัคซีนจำนวน 900,000 โดส เพื่อรองรับประชาชนและภาคธุรกิจบริการในพื้นที่ ที่มีจำนวน 45,000 คน.