สภาเมืองพัทยา ยกวาระแผนรื้อถอนปลาโลมา ถกในสภาเมืองพัทยา

0
279

เมื่อ 10 สิงหาคม 2509 ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา จัดประชุมสภาเมืองพัทยา สมัยสามัญ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2560 โดยมี นายอนันต์  อังคณาวิศัลย์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการเมืองพัทยา เข้าร่วม ยกประเด็นถกในสภาโดย ผู้บริหารสภาเมือง ตั้งกระทู้จึ้ฝ่ายบริหารกลางที่ประชุม แผนรื้อถอนวงเวียนปลาโลมา พัทยาเหนือ ระบุไม่เคยผ่านความเห็นชอบสภาฯ เพียงท้วงติงให้สอบถามความคิดเห็นประชาชนก่อนเริ่มจัดทำ แม้กฎหมายระบุไม่มีความจำเป็น เผยมั่นใจนายกพัทยาเจตนาดีแต่การให้ข่าวโฆษกมีปัญหา ต้องระมัดระวังการชี้แจง หวั่นบานปลายเพราะน้ำผึ้งหยดเดียว ด้านนายกพัทยา โต้แรงศึกษาข้อมูลรอบคอบ เพราะวงเวียนไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาจราจร ยืนยันที่ผ่านมาทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใสหวังประโยชน์แก่ส่วนรวม เผยประชาชนเป็นนายแต่ก็ต้องฟังเหตุผลด้วย แต่หากสังคมต่อต้านไม่เห็นดีก็พร้อมทบทวนโครงการใหม่

ความน่าสนใจของการประชุมดังกล่าว อยู่ที่การตั้งกระทู้สดของสมาชิกสภาเมืองพัทยา ในช่วงท้ายของการประชุม ที่จะมีการหยิบยกกรณีแผนของการทำการโครงการแยกไฟแดง โดยการสั่งรื้อวงเวียนปลาโลมา ถนนพัทยาเหนือออกจากพื้นที่ เนื่องจากกรณีดังกล่าวก่อนหน้านี้มีการแถลงจากเมืองพัทยาโดยโฆษกเมืองพัทยา ระบุว่าโครงการดังกล่าว จัดทำเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่คับคั่ง และสังคมเมืองที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มีเนื้อหาบางส่วนที่ระบุว่าการทำโครงการดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องผ่านการสอบถามความคิดเห็นจากประชาชน และโครงการนี้สภาเมืองพัทยาในฐานะตัวแทนประชาชนก็เห็นชอบด้วย จนปัจจุบันกรณีดังกล่าวมีกระแสต่อต้านอย่างหนักในสังคมจากทุกภาคส่วน

ขณะที่ นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี สมาชิกสภาเมืองพัทยา กล่าวสำทับด้วยว่า ที่ผ่านมาเมืองพัทยาเคยลองศึกษาเรื่องการทำไฟสัญญาณจราจรบริเวณวงเวียนปลาโลมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ว่าสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณดังกล่าวได้หรือไม่อย่างไร ด้วยความที่เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความละเอียดอ่อนสิ่งที่เป็นแลนด์มาร์ค หรืออัตลักษณ์สำคัญของเมือง จึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์หรือจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยว แม้จะไม่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากนัก แต่วงเวียนปลาโลมาแห่งนี้ก็ติดอันดับวงเวียนที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งกว่าจะได้มาถึงเรื่องนี้ต้องใช้ระยะเวลานาน

นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร สมาชิกสภาเมืองพัทยา กล่าวถึงเรื่องการดำเนินการในโครง การดังกล่าวว่า ปัจจุบันกำลังมีกระแสต่อต้านอย่างหนักจากสังคมเมืองพัทยา เนื่องจากหลายคนเห็นว่าวงเวียนแห่งนี้เป็นอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ที่อยู่คู่กับเมืองพัทยามาเป็นเวลานาน ที่สำคัญการดำเนินโครง การดังกล่าวไม่มีการสอบถามความคิดเห็นจากภาคสังคม จึงทำให้เห็นว่ากรณีนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนคนท้องถิ่นอย่างมาก ขณะที่การแก้ไขปัญหาการจราจรในบริเวณนี้ที่ผ่านมามีการเสนอการปรับปรุงเป็นการทำระบบสัญญาญไฟจราจรหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถดำเนิน การได้ ขณะที่ในส่วนของสภาเมืองพัทยาเองก็ไม่ได้เห็นชอบต่อโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่เห็นด้วยหากจะมีการศึกษาและนำข้อมูลมาสนับสนุนการตัดสินใจในการพัฒนา และปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับปัญหาต่างๆในอนาคต พร้อมทวงติงว่าจะต้องมีการสอบถามความคิดเห็นจากภาคประชาชนด้วย แม้จะไม่มีกฎหมายที่บังคับให้ต้องดำเนินการ ดังนั้นการชี้แจงก่อนหน้านี้จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง สุดท้ายกรณีนี้ดังกล่าวจะกลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียวที่สร้างปัญหาบานปลายได้

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลความคิดเห็นของกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้น พบว่ามีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็น ที่ไม่เห็นด้วยต่อการรื้อถอนวงเวียนปลาโลมา เฉลี่ยสูงกว่า 80-90 % นั่นหมายความว่าจริงๆแล้วคงต้องเอาความต้องการของประชาชนมาเป็นที่ตั้ง หรือประชาชนต้องเข้ามามีส่วนในการตัดสินในการดำ เนินการโครงการสำคัญๆด้วย เพราะถึงแม้จะไม่ใช่งบประมาณของเมืองพัทยาโดยตรง แต่ก็เป็นงบจากทางสำนักงบประมาณจากส่วนกลางซึ่งเป็นภาษีเช่นกัน ดังนั้นก็ควรให้ประชาชนคนท้องถิ่นที่ผูกพันมีส่วนร่วมคิดร่วมตัดสินใจด้วย

พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวว่าการเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประโยชน์และผลที่ดีที่สุดต่อสังคม โดยการดำเนินการต่างๆ นั้นทำเพื่อส่วนรวมทั้งสิ้น ไม่ได้มีผลประโยชน์แอบแฝง อย่างโครงการทำแยกสัญญาณไฟจราจรบริเวณถนนพัทยาเหนือนั้นมีการหารือมานาน มีการศึกษาวิเคราะห์ถึงความจำเป็น โดยมองเห็นว่าในเวลาอันใกล้นี้จะมีห้าง สรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่จะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม หรืออาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่บนถนนพัทยาเหนือที่จะเปิดตัวเช่นกัน ขณะที่สังคมเมืองก็เติบโตอย่างมากส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก จึงหวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะลดปัญหาการจราจรที่เกิดขึ้นได้ ขณะที่สัญลักษณ์อย่างปลาโลมาก็ไม่ได้หายไปไหน ยังคงมีการก่อสร้างและติดตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แต่หากประชาชนหรือสังคมส่วนใหญ่เห็นว่าไม่เหมาะสม ก็พร้อมจะรับฟังความคิดเห็นและจะมีการทบทวนโครงการอีกครั้ง เพราะประชาชนเป็นนายที่เราเข้ามาทำงานรับใช้ แต่ก็ต้องฟังเหตุผลและฟังนายกเมืองพัทยาที่เจตนาดีบ้าง แต่ข้อมูลที่ผิดพลาดในการสื่อสารก็ต้องขอน้อมรับผิดในทุกกรณี

ส่วนนายอนันต์ อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ระบุทิ้งท้ายว่าสภาเมืองพัทยาเข้าใจเจตนาของนายกเมืองพัทยาและฝ่ายบริหารว่าต้องการทำเพื่อส่วนรวม แต่การชี้แจงต่อสังคมในบางโครงการต้องชัดเจนมีรายละเอียดข้อมูลที่เกิดประโยชน์ และไม่ส่งผลกระทบต่อภาคสังคมส่วนใหญ่ ซึ่งจากการชี้แจงของนายกเมืองพัทยานั้นในส่วนของสภาเมืองพัทยาก็ไม่ได้คัดค้าน แต่อยากให้มีการสอบถามความคิดเห็นจากประชาชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเมืองพัทยาไปสู่ความเจริญด้วย.