สภาเมืองพัทยา ท้วงฝ่ายบริหาร เรื่องการจัดเก็บขยะมูลฝอยยังด้อยประสิทธิภาพ

0
215
นายอนันต์ อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา  เป็นประธานในการประชุม สภาเมืองพัทยา โดยได้ทักท้วงฝ่ายบริหาร ในเรื่องการจัดเก็บขยะมูลฝอยของ มพย. ยังด้อยประสิทธิภาพ ก่อนถอนญัตติเพื่อพิจารณาการต่อสัญญาจัดจ้างอีกครั้ง
นายอนันต์ อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุม สภาเมืองพัทยา โดยได้ทักท้วงฝ่ายบริหาร ในเรื่องการจัดเก็บขยะมูลฝอยของ มพย. ยังด้อยประสิทธิภาพ ก่อนถอนญัตติเพื่อพิจารณาการต่อสัญญาจัดจ้างอีกครั้ง

เมื่อ 14 สิงหาคม 60 ที่ห้องประชุมตากสิน ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายอนันต์ อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุม สภาเมืองพัทยา โดยมี รองประธานสภา เลขานุการสภา สมาชิกสภาเมืองพัทยา และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมประชุม

ในการประชุมมี วาระสำคัญกรณีทำสัญญาจ้างเหมาเอกชนดำเนินการจัดเก็บขยะมูลฝอย และบริหารจัดการสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอย เป็นระยะเวลา 4 ปี 11 เดือน โดยสำนักสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา ในงบประมาณร่วมกว่า 553 ล้านบาท ทางคณะผู้บริหารเมืองพัทยา ได้ทักท้วงฝ่ายบริหารการจัดเก็บขยะมูลฝอย มพย.ไม่ได้ประสิทธิภาพ กับค่าจ้างก่อนถอนญัตติ เพื่อพิจารณาการต่อสัญญาจัดจ้างอีกครั้ง

นายศักดิ์สิทธิ์  แย้มศรี (ยืน) นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายชาคร กัญจนะวัตตะ สมาชิกสภาเมืองพัทยา  ถกประเด็นการจัดเก็บขยะมูลฝอยมพย.ยังด้อยประสิทธิภาพ ก่อนสภาจะถอนญัตติออกไปก่อนเพื่อพิจาราอีกครั้ง
นายศักดิ์สิทธิ์ แย้มศรี (ยืน) นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายชาคร กัญจนะวัตตะ สมาชิกสภาเมืองพัทยา ถกประเด็นการจัดเก็บขยะมูลฝอยมพย.ยังด้อยประสิทธิภาพ ก่อนสภาจะถอนญัตติออกไปก่อนเพื่อพิจาราอีกครั้ง

นายสุธีร์ ทับหนองฮี ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า  ที่ผ่านมาเมืองพัทยาทำสัญญาผูกพันการเก็บขนขยะมูลฝอย และบริหารจัดการสถานีขนถ่ายคราวละ 7 ปี ซึ่งผู้รับเหมาจะรับผิดชอบพื้นที่จากพัทยาเหนือ-กลาง และใต้ หรือรวมพื้นที่กว่า 70 % แต่พบว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงระยะเวลาของปีที่ 6-7 ปรากฎว่าอุปกรณ์ เครื่องมือ รวมทั้งรถจัดเก็บขยะมูลฝอยมีสภาพชำรุดอย่างมาก จึงทำให้ประสิทธิภาพลดลง เนื่องจากผู้รับจ้างเองก็ไม่อยากทำการบูรณะ หรือจัดซื้อใหม่ด้วยใกล้หมดสัญญา จึงมีแนวความคิดในการลดระยะเวลาการจ้างเหมาจาก 7 ปีให้เหลือ 5 ปี เพื่อให้อุปกรณ์ทุกอย่างยังสามารถใช้งานได้อย่างมีประ สิทธิภาพ

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายชาคร กัญจนะวัตตะ นายศักดิ์สิทธิ์  แย้มศรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา  ได้ถกประเด็นการขอรับความเห็นชอบก่อหนี้ผูกพันด้วยงบ 553 ล้านบาท ปรากฏว่าปัจจุบันยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าจะดำเนินการอย่างใด กับศูนย์พักถ่ายขยะบริเวณซอยสุขุมวิท 3 เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักว่าหลังหมดสัญญาในเดือนตุลาคมนี้ จะมีการย้ายออกไปหรือไม่ หรือจะเข้ามาทำการแก้ไขปรับปรุงใหม่ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน จึงควรต้องมีการพิจารณากันอย่างรอบคอบ ในเรื่องรายละเอียดของข้อสัญญา แต่ปรากฏว่าทางสำนักสิ่งแวดล้อมกลับส่งเอกสาร เพื่อให้สภาเมืองพัทยาพิจารณาในวันประชุมเพื่อลงมติ จึงเห็นควรให้มีการชะลอเพื่อพิจารณานอกรอบก่อนขอมติอีกครั้ง

นายอนันต์ อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา กล่าวว่า ปัญหาขยะมูลฝอยนั้น สภาเมืองพัทยาได้ติดตามมาโดยตลอด เพราะมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ และเคยมีการเตือนให้ฝ่ายบริหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะเรื่องขอสัญญาและ TOR ก่อนล่วงหน้านานกว่า 11 เดือนแล้ว แต่ปรากฏว่าสุดท้ายก็มาจัดทำแบบเร่งด่วน และเสนอเพื่อพิจารณาในเวลาจำกัด ขณะที่สมาชิกส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลและรายละเอียดที่ชัดเจนแต่อย่างใด ซึ่งมองว่าเรื่องนี้น่าจะเกิดความเสีย หายได้ ขณะที่ศูนย์พักถ่ายขยะเอง สภาก็มีการติดตามมาตลอดซึ่งพบว่ามีปัญหามาก แม้ก่อนหน้านี้จะมีคณะจากกระทรวงมหาดไทยเข้ามาดูงานก็มีการเก็บกวาดล้างอย่างสะอาด แต่หลังจากนั้นก็พบว่าปัญหายังคงเป็นเช่นเดิม ทั้งเรื่องของกลิ่น ขยะตกค้าง และน้ำเน่าเสีย และไม่มีทางระบาย

ด้าน พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา ได้ชี้แจงว่า เนื่องจากสัญญาการจ้างเหมาของเอกชนรายเดิมจะหมดลงในวันที่ 31 ตุลาคม 60 นี้ ทางเมืองพัทยาก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย พร้อมเร่งรัดการจัดทำ TOR ให้แล้วเสร็จทันตามกำหนด ก่อนทำการประกาศ ประมูล และจัดซื้อ จัดจ้างตามขั้นตอน โดยข้อสัญญาเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะมาจากแผนงานเดิม เพียงแต่มาทำการปรับปรุงจุดอ่อนและข้อเสียเปรียบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคม และลดปัญหาขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดีการทำงานทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และเพื่อส่วนรวมแต่เมื่อสภาเมืองพัทยาอยากรับทราบรายละเอียดก็จะขอถอนญัตติไปก่อน

ส่วนกรณีของ TOR ที่กำหนดออกมานั้น มีหลายอย่างที่ดูไม่มีความเหมาะสม อาทิ เรื่องของระยะเวลาที่จำกัด จนทำให้ต้องเร่งรัดพิจารณา ที่สำคัญข้อกำหนดหลายอย่าง เช่นกรณีของการกำหนดปริมาณรถเก็บขยะจำนวน 26 คัน อาจทำให้ผู้รับเหมารายอื่นที่มีคุณภาพ จะหมดโอกาสในการประมูลงาน เนื่องจากคงไม่มีความสามารถในการต่อรถ หรือจัดหาวัสดุอุปกรณ์ตามข้อกำหนดได้ครบถ้วน จึงอาจให้สังคมมองว่าไม่เป็นธรรมหรือเหมือนกับการ “ล็อคสเปค” จึงควรหาแนวทางจัดระบบริหารจัดการใหม่  อย่างเช่นการเลื่อนระยะเวลาของสัญญาผู้รับเหมารายเดิม เพื่อขยายเวลาให้ผู้รับจ้างรายใหม่ๆ มีโอกาสในการจัดเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นช่องทางการการเลือกทีมเอกชน ที่จะเข้าบริหารจัดการสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยที่ดีที่สุดไม่ให้เกิดปัญหาขยะตกค้างเรื้อรังเหมือนที่ผ่านมา.