สภาพัทยาฯ สำรวจโครงการระบบระบายน้ำเขาพระตำหนัก พบล่าช้ากว่ากำหนด 80 วัน ตั้งค่าปรับ 90 ล้าน

0
154

เมื่อ 2 มีนาคม 64  นายชาคร กัญจนะวัตตะ สมาชิกสภาเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายสินไชย วัฒนศาสตร์สาธร สมาชิกสภาเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความคืบหน้าการก่อสร้างโครง การก่อสร้างสถานีสูบน้ำ พร้อมท่อระบายน้ำพื้นที่เขาพระตำหนัก ทางลงโคซี่บีชพัทยา โดยมี นายอนุวัฒน์ ทอง คำ ผู้อำนวยการสำนักช่างสุขาภิบาลเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่สำนักการช่างสุขาภิบาลเมืองพัทยา รอให้การต้อนรับและบรรยายสรุป 

จากการตรวจสอบพบว่า โครงการมีความคืบหน้าไปเกือบ 100 % โดยจะมีความสมบูรณ์ในเรื่องของการการจัดวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ การฝังกลบ และการคืนผิวจราจรแล้ว แต่พบว่ายังคงมีปัญหาเรื่องของผิว ค.ส.ล.ที่ยังมีสภาพขรุขระหลุดร่อนตลอดแนวเส้นทาง ทางคณะกรรมการตรวจรับ ตรวจจ้าง จึงได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งเข้ามาดำเนินการแก้ไขเร่งด่วน ก่อนจะส่งงวดงานและตรวจรับเพื่อนำไปเบิกจ่ายงบประ มาณในงวดสุดท้ายต่อไป


นายอนุวัตร ทองคำ ผู้อำนวยการสำนักการช่างสุขาภิบาลเมืองพัทยา เปิดเผยว่าโครงการนี้จะเป็นการเป็นการก่อสร้างวางท่อระบายน้ำในงบประมาณกว่า 93,000,000 บาท ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 มากำหนดแล้วเสร็จวันที่ 13 มกราคม 2563 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 570 วัน โดยจะเป็นโครงการที่มีการจัดวางท่อระบายน้ำ 2 เส้น คือระบบน้ำดีหรือท่อระบบน้ำฝนและน้ำเสียที่รับจากบ้านเรือนและอาคารต่างๆที่แยกออกจากกัน ทั้งนี้เพื่อรับปริมาณน้ำจากฝั่งบนเขาพระตำหนักให้ไหลมารวมกันก่อนส่งต่อเข้าสู่ระบบปั้มน้ำบริเวณหน้าสโมสรเรือใบราชวรุณฯก่อนจะสูบส่งไปยังโค้งดงตาล และระบายต่อไปยังบ่อบัดน้ำเสียซอยวัดบุญกัญจนาราม ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมขังที่เป็นปัญหามาอย่างต่อเนื่องบนพื้นที่เขาพระตำหนักได้เป็นอย่างดี แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาก็ตามโครงการนี้มีผู้รับเหมาดำเนินการล่าช้ากว่ากำหนดนานกว่า 80 วัน เมืองพัทยาจึงต้องดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายในอัตราเฉลี่ยกว่าวันละ 16.8 ล้าน หรือรวมแล้วกว่า 90 กว่าล้านบาท อย่างไรก็ตามจากปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นทางผู้รับเหมาแจ้งว่าเกิดจากกรณีของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่มีผลไปถึงเรื่องของแรงงานต่างด้าว และการสั่งซื้ออุปกรณ์ในการก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้ทางผู้รับ เหมาได้ยื่นอุทธรณ์มายังเมืองพัทยาเพื่อทบทวนและปรับลดค่า ธรรมเนียมเปรียบเทียบปรับแล้ว แต่ถึงอย่างไรจากการตรวจรับงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จ พบว่าผิวจราจรแบบ ค.ส.ล.ที่ฝังกลบแนวท่อตลอดเส้นทางพบว่ามีหลายจุดที่สภาพของคอนกรีตไม่ได้คุณภาพ มีการหลุดร่อน จึงได้สั่งการให้ทำการแก้ไขเร่งด่วนโดยการขุดเจาะและปูผิวจราจรใหม่ จากนั้นจึงจะได้มาทำการตรวจสอบและตรวจรับงานอีกครั้งต่อไป