“สนธยา” โต้กลับแรง ถามเพจพัทยาฟิวเจอร์ เอาสมองส่วนไหนคิด สร้างความเสียหายต่อเมืองพัทยา

0
146

จากกรณีนี้ที่เพจ Pattaya Future – พัทยาฟิวเจอร์ ได้ลงข้อความว่า “มีคนสงสัยเหมือนผมมั้ย? ทำไมบางแสน คนไปเที่ยวกันถล่มทลาย แต่พัทยาเงียบกริบ มันก็เหมือนอะไร รู้มั้ยครับ? เพราะอันนั้นคือบ้านเค้า ส่วนพัทยามันคือแหล่งโกยเงินของเค้า ไม่แปลกที่เค้าจะทำบ้านเค้าให้ดี ไม่แปลกที่เค้าจะโปรโมทบ้านเค้าให้ดี เพราะมันคือ “บ้านของเค้า” ถนนหนทางบ้านเราทำแล้วทำอีก เส้นเดิมขุดรื้อ 3-4 รอบ มองไปบ้านเค้า ทำครั้งเดียวจบ ชาวพัทยาตาสว่างกันได้แล้วครับ บ้านของเรา เรารัก อย่าให้ใครมาเอาแต่ผลประโยชน์ ใช้พัทยาเป็นแหล่งขุมทรัพย์ #พัทยาเป็นผู้ร้ายในสายตา… ทั้ง ๆ ที่ดีกว่านี้ได้อีกมากมาย” พร้อมมีการนำภาพถ่ายมุมสูงบรรยากาศการจราจรหนาแน่น บริเวณถนนเลียบชายหาดบางแสนมาลง 

ล่าสุดเมื่อ 22กุมภาพันธ์ 64 นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า จากการที่เพจ Pattaya Future – พัทยาฟิวเจอร์ ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวนั้น  ทั้งนี้อยากจะสอบถามคนที่ลงข้อความ ว่าเอาสมองส่วนไหนคิด หากที่ผ่านมาได้เคยติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่อง และเคยอ่านข่าว บทความต่าง ๆ ระหว่างพื้นที่บางแสน และเมืองพัทยา จะทราบดีว่าบางแสนนั้น 95 % เป็นกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทย ส่วนพัทยา นักท่องเที่ยว 15 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 10 ล้านคน และนักท่องเที่ยวชาวไทย 5 ล้านคน ทำให้บริบทของ 2 พื้นที่ต่างกัน ซึ่งภาพที่เพจดังกล่าวนำมาลงรถติดนั้นพื้นที่บางแสนนั้นเป็นวันเสาร์และอาทิตย์ และถือเป็นเรื่องปกติของบางแสนแม้จะมีภาพรถติดของบางแสนแต่ที่ผ่านมาบางแสนมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวต่อปีไม่เกิน 3 ล้านคนและเป็นตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทยทั้งหมด ส่วนเมืองพัทยาเป็นตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและปัจจุบันเมืองพัทยาอยู่ระหว่างการปรับแผนรองรับกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทยเช่นกัน ทั้งนี้หากการนำเสนอข้อความหรือติดตามการดำเนินของเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่องและไม่มีอคติ จับผิดและนำภาพนั้นมาต่อภาพนี้จนเกิดความเสียหายเข้าใจผิด ก็จะเห็นและทราบแนวทางการทำงานของเมืองพัทยา ในขณะนี้ที่ได้ประกาศไปแล้วว่าการท่องเที่ยวเมืองพัทยาจะต้องเพิ่มสัดส่วนตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เพิ่มมากขึ้น หากเป็นคนที่ทราบดี รู้หรือไม่ว่าชายหาดบางแสนนั้นถนนมีการก่อสร้างมาแล้วกี่รอบ จากถนนเส้นเล็กขยายเป็นถนนเส้นใหญ่ พร้อมที่จอดรถสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จึงต้องมีการขยายพื้นที่จอดรถบริเวณชายหาด เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก

นายกเมืองพัทยา กล่าวต่ออีกว่า เมืองพัทยานั้นก่อนที่โควิด-19 จะแพร่ระบาดในรอบ 2 เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมได้มีวางแผนขยายเพิ่มพื้นที่จอดรถและอาคารจอดรถบริเวณตลาดลานโพธิ์ นาเกลือ ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยในอนาคต หลังเห็นเพจดังกล่าวขึ้นข้อความก็ขอบคุณและดีใจที่ทำให้มีโอกาสได้พูดว่าเราจะทำต่อไปอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะทำอะไรเพื่อคนพัทยา พร้อมใช้สมองที่มีอยู่ของตัวเองคิดพัฒนาเมืองพัทยาต่อไป ส่วนท่านไม่ทราบว่าใช้สมองส่วนไหนคิดในเรื่องดังกล่าวทำให้เกิดความแตกแยกเสียหายต่อเมืองพัทยา “ไม่มีบ้านเขาบ้านเขาบ้านเรา” เพราะตัวเองอยู่ที่เมืองพัทยามานานกว่าคนเขียนคนที่อยู่ในเพจด้วยซ้ำ และที่ผ่านมาก็พัฒนาเองพัทยาให้มีความเจริญมากกว่าบางคนที่คอยจับผิดไปเรื่อย ๆ ตัวเองจะได้ออกมาพูดว่าทำอะไรให้คนพัทยาไปบ้าง หากเปรียบเทียบจริงแล้ว ตัวเลขนักท่องเที่ยวคนไทยระหว่างบางแสนและพัทยาทั้งปีบางแสนมีตลาดนักท่องเที่ยวไทยเพียง 3 ล้านคนส่วนพัทยา 5 ล้านคน ซึ่งจะเห็นได้จากการจัดเทศกาลต่าง ๆที่ผ่านทั้งพลุนานาชาติ เทศกาลดนตรีเมืองพัทยาและเตรียมพบกับเทศกาลดนตรีรูปแบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตัวเองในฐานะนายกเมืองพัทยาได้เตรียมการเอาไว้


อย่างไรก็ตามหากท่านอยากรู้อะไรให้ถามมาโดยตรง แต่ไม่รู้อะไรก็โพสต์ไป จึงอยากฝากเอาไว้สำหรับเพจ Pattaya Future – พัทยาฟิวเจอร์ ที่ได้มีการโพสต์ข้อความไป ทั้งนี้อะไรที่กระทำแล้วผิดกฎหมายด้านใดด้านหนึ่ง ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ให้มาโพสต์เล่น ๆสนุกสนานจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ตัวเองออกมาพูดเกี่ยวกับการโพสต์ข้อความที่สร้างความเสียหายต่อตัวเอง และอนาคต อาจจะมีการจัดรายการลุงแป๊ะทอล์ค.