ร้านอาหารปรับตัวสู้วิกฤต หลัง ศบค.สั่งห้ามนั่งทานในร้าน ส่งผลกระทบลูกค้าหายกว่า 70%

0
154

BY วราพรรณ ใจกุศล

เมื่อ 1 พฤษภาคม 64 ตามที่คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ชุดใหญ่ มีมติให้ยกระดับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ใน 6 จังหวัด รวมถึงจังหวัดชลบุรี ให้ร้านอาหารทุกร้านที่ประกาศเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ให้ซื้อกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น โดยงดให้บริโภคในร้าน และเปิดให้บริการถึง 21.00 น. โดยเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 พฤษภาคม 64  เป็นต้นไป 

นายวรุตม์ชัย นันทสุรศักดิ์ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวนายต้น เผยว่า หลังจากที่ร้านทราบมาตรการของ ศบค.ในการงดให้บริการนั่งทานที่ร้าน ทางร้านก็ได้เตรียมตัวเก็บโต๊ะ และเก้าอีก ไปไว้ที่บริเวณหลังร้าน เพื่อเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงการให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการยกระดับความปลอดภัย  ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในครั้งนี้ทางร้านก็ได้รับผลกระทบ  เนื่องจากว่าอาหารทางร้านเป็นประเภทก๋วยเตี๋ยวเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการซื้อใส่ถุงกลับไปทานที่บ้าน อาจจะทำให้อาหารไม่อร่อย และอาจจะไม่ใช้ทางเลือกในการรับประทานอาหารของลูกค้า เพราะลูกค้าบางรายก็ติดกับการนั่งทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน จะมีความอร่อยมากกว่าการซื้อกลับไปทานที่บ้าน หรือบางคนก็จะแวะทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านก่อนออกไปทำงาน ซึ่งการซื้อใส่ถุงหรือซื้อใส่กล่อง ก็จะไม่สะดวกสำหรับลูกค้าในกลุ่มนี้



ดังนั้นต้องเตรียมรับมือไว้ว่าลูกค้าจะต้องหายไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ อย่างแน่นอน ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกทางร้านก็ยังไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่า จำนวนลูกค้าที่หลังจากปรับให้ซื้อกลับบ้านได้อย่างเดียวนั้น จะเหลือแค่ไหน เลยยังไม่ได้ลดในส่วนของวัตถุดิบ ส่วนในวันพรุ้งนี้คาดว่าน่าจะสั่งของน้อยลง เพราะน่าเริ่มทราบแล้วว่าจำนวนของที่สั่งแต่ละวันในช่วงนี้ต้องมากน้อยแค่ไหน แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นมาตรการที่เคยดำเนินการมาก่อนในช่วงการระบาดระกอกแรก แต่ระลอกนี้ทำไมทาง ศบค.ยังไม่ออกมาระบุว่าจะมีการผ่อนปรนกันให้นั่งทานที่ร้านได้ เมื่อไหร่ หรือจะยกเลิกมาตรการนี้ไปเมื่อไหร่ ก็เลยทำให้ดูว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้หนักกว่าครั้งแรก

ด้านร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังของเมืองพัทยา อย่างเช่นร้านเจ๊โต ก็พบว่าได้รับผลกระทบในมาตราการนี้ด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นร้านจำหน่ายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และก๋วยเตี๋ยวหมู มานานกว่า 12 ปีในพื้นที่เมืองพัทยา นางไพรัตน์ พุทธรักษ์สกุล เจ้าของร้านเจ๊โต เปิดเผยว่า ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวรวมถึงคนในพื้นที่ไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อนที่จะมีการยกเลิกการรับประทานที่ร้านก็ไม่ได้มากอะไรอยู่แล้ว แต่พอหลังถูกคำสั่งจาก ศบค.ชุดใหญ่ในการยกระดับความปลอดภัยให้งดการนั่งรับประทานที่ร้าน ออกมาแบบนี้ แน่นอน ร้านได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะอาหารหลักของที่ร้านก็คือก๋วยเตี๋ยว การซื้อกลับไปกินที่บ้านมันไม่อร่อยเหมือนกินที่ร้าน และยิ่งนักท่องเที่ยวหรือคนเดินทาง จะกลับบ้านไปกินก๋วยเตี๋ยวอย่างไร ซึ่งตั้งแต่ในช่วงแรกทางร้านก็ได้รับลักษณะของภาชนะที่ใส่กลับให้ลูกค้า จากใส่ถุง เป็นชามพลาสติด พร้อมฝาปิดแยกน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องเดินทางไปต่อ สามารถเปิดรับประทานที่รถได้ แต่ก็ไม่ได้สามารถทดแทนรายได้จากการที่ลูกค้านั่งทานที่ร้านได้ ส่วนบริการอาหารแบบเดลิเวอร์รี่นั้นก็ไม่สามารถมาทดแทนรายได้ที่หายไปจากการนั่งทานในร้านได้เช่นเดียวกัน


ซึ่งที่ผ่านทางร้านก็ได้ไปกู้ยืมเงินจากธนาคารมาแล้วล็อตแรก ในช่วงระลอกโควิดแรก เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ ค่าเช่าร้าน ค่าลูกน้อง ค่าวัตถุดิบ ต่างๆ ซึ่งมาในระลอกนี้ก็คิดว่าอาจจะต้องไปพึ่งธนาคารอีกรอบเพื่อสำรองเงินไว้ในยามฉุกเฉิน ส่วนตัวแล้วคิดว่าภาครัฐไม่น่าที่จะออกมาตราการแบบนี้มา เพราะคิดว่าประชาชนต่างก็กลัวกันอยู่แล้ว ต่างคนต่างก็ป้องกันตัวเองกันเป็นอย่างดี ส่วนทางร้านก็ได้เข้มมาตรการของ ศบค.ในการเว้นระยะห่าง พนักงานทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัย มีการตั้งจุดเจลแอลกอฮอล์ลล้างมือบริการ มีจุดบริการวัดอุณหภูมิ  ทั้งนี้การออกมาตรการแบบนี้ ในส่วนของร้านอาหารก็ได้รับผลกระทบ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครจะมาดูแลร้านอาหารเหล่านี้ได้บ้าง จะปิดกิจการก็กลัวลูกน้องไม่มีรายได้ ร้านค้าที่มาตั้งร้านขายของในร้านก็ไม่มีรายได้ ซึ่งไม่ได้กระทบเพียงแค่ที่ร้าน แต่เป็นผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งช่วงนี้ก็คงต้องแบกรับภาระกับไปก่อน แต่หากว่าไปไม่ไหวจริงๆก็อาจจะตัดสินใจปิดร้านไปก่อนจนกว่าจะมีการประกาศให้รับประทานที่ร้านได้เหมือนเดิม.