ร้านทองพัทยาคึกคักรับเปิดเทอม ผู้ปกครองนำทองไปขายฝาก เป็นค่าใช้จ่ายบุตร-หลาน

0
100

เจษฎา หอมกลิ่น

เมื่อ 13 พฤษภาคม 60  ผู้สื่อข่าวเข้าสอบถาม เจ้าของห้างทองย่านพัทยากลาง ซึ่งถือว่าอยู่ใจกลางเมืองพัทยา เผยว่า หลังจากหยุดยาวช่วงเทศกาลต่างๆ ที่ผ่านมา มีประชาชนในพื้นที่ ต่างนำทองรูปพรรณออกมาจำหน่ายตามร้านทองต่างๆ เนื่องจากเริ่มขาดสภาพคล่องทางการเงิน เพราะนำเงินออกไปใช้จ่ายกันมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อีกทั้งจะใกล้เข้าช่วงเปิดเทอมประชาชนมีการนำทองคำทองรูปพรรณมาจำนำขายฝาก เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมที่ใกล้กำลังจะมาถึงเช่นกัน.

บรรดาผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานมาเลือกซื้อเสื้อผ้านักเรียนตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก่อนที่จะเปิดภาคเรียนกลางเดือน พ.ค.นี้
บรรดาผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานมาเลือกซื้อเสื้อผ้านักเรียนตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก่อนที่จะเปิดภาคเรียนกลางเดือน พ.ค.นี้

สำหรับทองคำที่นำออกมาจำนำกันมากที่สุดในขณะนี้  เป็นทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท ราคาขายฝากอยู่ที่บาทละ 18,000 บาท ถือว่าเป็นราคาที่สูงกว่าโรงรับจำนำ (สถานธนานุบาล) ของรัฐ จึงทำให้ประชาชนนำทองมาจำนำกับร้านทองเอกชนมากขึ้น โดยในช่วงเปิดเทอมทางร้านทองได้มีการลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ซึ่งจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท ต่อเดือน

ขณะที่ราคาทองคำ (13 พ.ค.60 )ค่อนข้างผันผวน มีการปรับราคาลงต่ำสุด ซึ่งเกิดจากสถานการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ราคาทองคำมีการปรับลดค่าลงมา ล่าสุด ทองคำแท่งขายออกที่บาทละ 20,150 บาท รับซื้อ 20,250 บาท ส่วนรูปพรรณขายออก 20,650 บาท และรับซื้อ 19,692 บาท

สำหรับบรรยากาศตามห้างร้านต่างๆ ในเขตเมืองพัทยา  พบว่ามีผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานไปหาเลือกซื้อชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนกันอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมนำไปสวมใส่ในช่วงเปิดภาคเรียน  ขณะที่ราคาชุดนักเรียนในปีนี้ยังไม่มีการปรับขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ราคาตัวละ 150-300 กว่าบาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและขนาด อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่า ผู้ปกครองที่มาเลือกซื้อชุดนักเรียน ส่วนใหญ่จะซื้อในราคาถูกและปานกลาง และหากลูกหลานคนไหนมีชุดเดิมที่ยังพอสวมใส่ได้จะเลือกซื้อเพิ่มเฉพาะที่จำเป็นบางตัวเท่านั้น ยกเว้นบุตรหลานที่ต้องเลื่อนชั้นจากอนุบาล ขึ้น ป.1 หรือจาก ป.6 ขึ้นชั้นมัธยม ที่ต้องซื้อชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนใหม่ทั้งหมด เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย แม้จะมีเงินอุดหนุนในโครงการเรียนฟรีของรัฐบาล แต่ก็ไม่เพียงพอต่อภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ปกครองจึงอยากให้ทางรัฐบาลได้เพิ่มวงเงินอุดหนุนในโครงการเรียนจากระดับชั้น ป.1-3 จะได้ค่าชุดนักเรียนเพียง 360 บาท และค่าอุปกรณ์การเรียน 390 บาท อยากให้เพิ่มเป็นอย่างละ 500 บาท เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย

นางปราณี  รอดหล่ำ ผู้ปกครองรายหนึ่ง กล่าวว่า ปีนี้แม้ราคาชุดนักเรียนจะยังไม่มีการปรับขึ้นแต่ก็ต้องเตรียมเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนให้กับลูกทั้ง 2 คนที่กำลังจะขึ้นชั้น อนุบาล 1 และชั้น ป.1 เฉลี่ยคนละ 3,000-4,000 บาท เพราะต้องซื้อใหม่ทั้งหมด ส่วนเงินที่ได้รับอุดหนุนจากรัฐ ก็สามารถแบ่งเบาภาระได้ระดับหนึ่งเท่านั้น หากเป็นไปได้ก็อยากให้เพิ่มเงินอุดหนุนอีกให้เพียงพอต่อค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น.