รองผู้ว่าฯชลบุรี เรียกประชุมด่วนหน่วยงาน เร่งสำรวจจำนวนประชากรจริงและประชากรแฝง เพื่อขอจัดสรรวัคซีน

0
241

เมื่อ 24 มีนาคม 64 ที่ ศาลาว่าการเมืองพัทยา  นายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับเมืองพัทยา องค์กรภาคธุรกิจการท่องเที่ยว สำนักงานสาธารณสุข และตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ หลังได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีให้จัดประชุมด่วนเพื่อหารือแนวทางการสำรวจจำนวนประชากรใน 2 พื้นที่หลัก เพื่อรวบรวมนำเสนอต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐบาลในการขอจัดสรรวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 มาฉีดให้กับประชาชนและบุคลากรทางการท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเปิดประเทศ ที่ภาครัฐหวังจะเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่อง เที่ยวให้เข้ามาที่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ได้ในเร็ววันนี้ โดยมีเมืองพัทยาเป็น 1 ใน 5 เป้า หมายหลักของภาครัฐตามแผนและนโยบาย 

นายนริศ กล่าวว่ าก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางมาประชุมร่วมกับเมืองพัทยาและภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เพื่อหารือรับฟังสภาพปัญหาและชี้แจงแนวนโยบายของภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้มีแผนในการเตรียมเปิดประเทศ เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวหลังสถานการณ์เชื้อโควิด-19 ส่งสัญญาณดีขึ้นตามลำดับ โดยประเด็นสำคัญคือรัฐจะต้องจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชนและบุคลากรทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ 5 เมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศ ซึ่ง 1 ในนั้นคือเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อฉีดวัคซีนให้ครบตามสัดส่วน 60-70 % เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว  ประเด็นสำคัญที่มีการจัดประชุมครั้งนี้ เนื่องด้วยทางผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เชื่อมโยง และอำเภอสัตหีบ เร่งดำเนิน การสำรวจจำนวนประชากรในพื้นที่อย่างเร่งด่วนก่อนจะนำเสนอไปยังกระทรวง และจะเสนอต่อไปยังรัฐบาลเพื่อจัดสรรวัคซีนตามสัดส่วนที่ต้องการและถูกต้องมาฉีดให้กับประชากรและบุคลากรทางการท่องเที่ยว  ทั้งนี้สาระสำคัญที่หน่วยงานต่างๆรวมถึงผู้ประกอบการ และองค์กรภาคต่างๆ รวมถึงสำนักงานประกัน สังคมต้องเร่งดำเนินการสำรวจจำนวนประชากรในพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 จำพวก ได้แก่ 1.จำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร์ 2.คนไทยหรือแรงงานที่อยู่นอกเขตจังหวัดชลบุรี แต่ประกอบอาชีพในสถานประกอบการใน 2 พื้นที่ และ 3.ชาวต่างชาติ หรือแรงงานต่างด้าว ทั้งในส่วนของที่ได้รับใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนกับกระ ทรวงงานฯ ที่เข้ามาประกอบอาชีพใน 2 พื้นที่หลัก โดยเสนอให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อนำเสนอกระทรวงท่องเที่ยวฯ และภาครัฐในการจัดสรรวัคซีนต่อไป


นายนริศ กล่าวต่อไปว่าจากการคาดการณ์จำนวนของประชากรทั้ง 3 รูปแบบ คาดว่าจะต้องมีการขอจัดสรรวัคซีนกว่า 1 ล้านโดส เพื่อนำมาฉีดให้กับประชากรและแรงงานให้ครบคนละ 2 โดสในสัดส่วน 60-70 % แต่การดำเนินการดังกล่าวคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการฉีดวัคซีนเป็นเวลาพอสมควร เนื่องจากบุคลากรทาง การแพทย์มีจำนวนจำกัดและคงจะสามารถฉีดวัคซีนได้วันละไม่กี่พันราย ซึ่งกรณีนี้ในส่วนของภาคธุรกิจระบุว่าเป็นกรณีที่น่าวิตกด้วยหากมีการดำเนินการไม่แล้วเสร็จก่อนเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวก็อาจทำให้ทัวร์โอเปอร์เรเตอร์ และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ย้ายฐานการเดินทางไปยังภูมิภาคอื่นๆที่มีความพร้อมมากกว่า เนื่องจากการจับจองที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และการกำหนดเส้นทางการบินนั้นต้องดำเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนการบริหารจัดการและหารูปแบบและวิธีการปฏิบัติที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อไป.