รมว.คมนาคม เปิดงาน MOT 2020 Move On Together ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤติ COVID-19

0
100

เมื่อ 8 ตุลาคม 63 เวลา 10.30 น. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ และการเสวนาสร้างการรับรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี และส่งเสริมพัฒนาความรู้ด้านการคมนาคมขนส่งและความปลอดภัย ประจำปี 2563 ภายใต้ชื่อ MOT 2020 Move On Together คมนาคมเคียงข้างคนไทย ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤติ COVID-19″ โดยมี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวรายงาน   ภายในงานได้มีการเสวนาเกี่ยวกับ คมนาคมเคียงข้างคนไทย ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤติ COVID-19 โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนและสื่อมวลชน เข้าร่วมงานฯ ณ ห้องนภาลัย ADE โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จังหวัดชลบุรี


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่เพื่อเร่งหามาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ ซึ่งหดตัวลงให้กลับมาขยายตัวเป็นบวกขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ยังคงมาตรการป้องกันและการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) ไว้เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน ซึ่งกระทรวงฯ เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเดินหน้าทางเศรษฐกิจ มีบทบาทหน้าที่ในการดูแลด้านการคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง ซึ่งตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ยึดหลักบริหารงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการไว้มาโดยตลอด พร้อมกับการผสมผสานเพิ่มเติมนโยบาย ที่เน้นสนองตอบความต้องการของประชาชน ภายใต้สถานการณ์สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

ที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้ให้ความสำคัญ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออก เพื่อสนับสนุนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยได้เร่งรัดพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางบก ได้แก่ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายช่วงพัทยา – มาบตาพุด และช่วงมาบตาพุด – เชื่อมเข้าท่าอากาศยานอู่ตะเภา พัฒนาทางหลวงชนบทเลียบชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก Thailand Riviera ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต รวมถึงพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 7 โครงการ และได้รับงบปี 2564 อีก 2 โครงการ เพื่อเติมเต็มโครงข่ายการเดินทางการขนส่งสินค้าสู่ภาคตะวันออกและพื้นที่ EEC และยกระดับประเทศไทย สู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งภูมิภาคอาเซียน

กระทรวงฯ ยังมีวิสัยทัศน์ที่จะพลิกโฉมการขนส่งระบบรางของไทย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและกระจายความเจริญสู่ภาคตะวันออก โดยเปิดมิติใหม่การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร คาดว่าพร้อมเปิดให้บริการในปี 2570 การก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา – คลองสิบเก้า – แก่งคอย และผลักดันการพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงศรีราชา – ระยอง และช่วงมาบตาพุด – ระยอง จันทบุรี ตราด ซึ่งในอนาคตจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ Thailand 4.0 ส่งเสริมการค้าการลงทุน สนับสนุนการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ เมืองพัทยายังได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 3 เมืองต้นแบบในการพัฒนา TOD ตามแผนการดำเนินการศึกษาจัดทำแผนแม่บท TOD ทั่วประเทศ 177 แห่ง นโยบายด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ได้เร่งรัดพัฒนาโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าทางทะเล พัฒนาเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล จำนวน 2 แห่ง บริเวณ หาดแสงจันทร์ จังหวัดระยอง และเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดบริเวณหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี (ระยะที่ 1) รวมถึงส่งเสริมโครงการ Thailand Rivera เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวชายฝั่งภาคตะวันออก พัฒนาท่าเรือและเส้นทางเดินเรือท่องเที่ยว โดยเปิดแล้ว 1 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางพัทยา – เขาตะเกียบ และในอนาคตเตรียมเปิดอีก 1 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางสัตหีบ – บางสะพาน ด้านการคมนาคมขนส่งทางอากาศ ได้พัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นท่าอากาศยานพาณิชย์หลัก แห่งที่ 3 ของประเทศ และการพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภา เพื่อยกระดับฝีมือแรงงาน ในอุตสาหกรรมการบิน เพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก Aviation Hub ของไทยในภูมิภาค.