รพ.เมืองพัทยา เดินหน้าทำงานเพื่อสังคมและประชาชน เน้นย้ำบุคลากรต้องสื่อสารชัดเจน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด

0
64

จากโพสต์แสดงความคิดเห็นของ นพ.กิตติ ปรมัตผล ผู้จัดการโครงการโรงพยาบาลเมืองพัทยาและหัวหน้ากลุ่มการแพทย์ ระบุว่า เมื่อคืนวันเสาร์เวลา 04.03 น.ที่กำลังจะเข้าสู้เช้าวันอาทิตย์ มีผู้ป่วยเด็กมาพบแพทย์รายหนึ่งด้วยอาการอาเจียน เนื่องจากรับประทานอาหาร (ไส้กรอก) มาตอนเย็น พยาบาลวัดไข้และตรวจสัญญาณชีพแล้วพบว่าปกติ เดินมาชั่งนำหนักได้ ค่าO2 SAT 99 % ซึ่งแปลว่ามิได้มีอาการขาดออกซิเจนแต่ประการใด ขณะนั้นคุณหมอที่ทำหน้าที่ตรวจเป็นข้าราชการสังกัดโรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรีอยู่เวร ซึ่งในขณะนั้นมีผู้ป่วยอุบัติเหตุบาดเจ็บทางสมองและและผู้ป่วยแพ้ยาใกล้ช็อก นอนรออยู่ในห้องฉุกเฉินจำนวน 8 ราย แพทย์ผู้ตรวจแจ้งให้รอสักครู่เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยหนักก่อน แต่ญาติผู้ป่วยไม่ยอมฟังเสียง ต่อว่าแพทย์และพยาบาลด้วยถ้อยคำรุนแรงพร้อมทั้งบันทึกภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ หลังจากนั้นได้นำผู้ป่วยไปรักษาที่สถานพยาบาลแห่งอื่น

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ รองนายกเมืองพัทยา ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลสำนักสาธารณสุขเมืองพัทยาโดยตรง ได้เชิญคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นางสุภาพรณ์ เชิดชัยภูมิ ผอ.สำนักการสาธารณสุข นพ.กิตติ ปรมัตผล ผู้จัดการโครงการโรงพยาบาลเมืองพัทยา และหัวหน้ากลุ่มการแพทย์ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวจากสังคมออนไลน์ ที่ผู้ไปใช้บริการโรงพยาบาลเมืองพัทยา โพสต์ว่าหลังพาบุตรหลานเข้ารักษาพยาบาลแล้วไม่ได้รับการตอบรับ และหลังจากนั้นได้นำไปรักษาที่สถานพยาบาลแห่งอื่น  โดยมี นายบรรลือ กุลละวณิชย์ รองนายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายดำรง เกียรติพินิจการ ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา นายชนัฐพงศ์ ศรีวิเศษ ปลัดเมืองพัทยา เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งโรงพยาบาลเมืองพัทยาได้รายงานการดำเนินการ ของกระบวนการทางการแพทย์ ตามขั้นตอนตามหลักวิชาชีพ ในวันที่เกิดเหตุดังกล่าว  พร้อมชี้แจงว่าอาจเป็นเรื่องของการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ ระหว่างบุคคลากรของโรงพยาบาล และผู้มาใช้บริการ จนเกิดเรื่องราวดังกล่าวในที่สุด  ทั้งนี้นายปรเมศวร์ รองนายกเมืองพัทยา ได้มอบหมายให้สำนักสาธารณสุข ดำเนินการจัดประชุมชี้แจงต่อบุคลกรทางการแพทย์ทุกท่าน โดยเน้นย้ำเรื่องการสื่อสาร เพื่ออธิบายขั้นตอนต่างๆในการรักษาแก่ผู้มารับบริการให้ได้รับความกระจ่าง เกิดความเข้าใจ อันจะนำไปสู่ความร่วมมือในการรักษา ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป.