มพย. นำร่องโครงการ “ชายหาดปลอดบุหรี่” และมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

0
233
พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการชายหาดปลอดบุหรี่และมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการชายหาดปลอดบุหรี่และมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

เมื่อ 4 ธันวาคม 60 ที่ ชายหาดเขตปลอดจอมเทียน พัทยา พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ และมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมีเหล่าคณะผู้บริหารเมืองพัทยา   พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ วงศ์อินทร์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการมีส่วนร่วม สำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (ชลบุรี) ผู้แทนจากหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม

โดยในช่วงเช้าก่อนที่จะเริ่มพิธีเปิดนั้น ได้มีกิจกรรมโยคะเพื่อสุขภาพ โดยมี นายเศรษฐพล บุญสวัสดิ์ ประธานที่ปรึกษากลุ่มผู้ประกอบการเขตปลอดหาดจอมเทียน พร้อมทั้งสมาชิกชมรมนวดแผนไทยเขตปลอด ผู้ประกอบการร่มเตียงชายหาด เข้าร่วมกิจกรรมโยคะเพื่อสุขภาพ พร้อมรับฟังการชี้แจง เรื่องรณรงค์ประชาสัมพันธ์ชี้แจ้งสร้างความรู้ ความเข้าใจ โครงการชายหาดปลอดบุหรี่ และมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมีการร่วมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อผู้ประกอบการร่มเตียงบริเวณใกล้เคียง พร้อมประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อรับทราบ และร่วมกันรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้สวยงาม โดยพร้อมใจกัน ยกให้ชายหาดพัทยา จอมเทียน เป็นเขตปลอดบุหรี่ อย่างถาวร

ผุ้ประกอบการร่มเตียงชายหาดจอมเทียน เข้ารับทราบและทำความเข้าใจถึงข้อกฎหมาย เพื่อแจ้งให้ประชาชนและนักท่อเที่ยวที่มาใช้บริการได้ปฎิบัติตามเป็นรูปแบบเดียวกัน
ผุ้ประกอบการร่มเตียงชายหาดจอมเทียน เข้ารับทราบและทำความเข้าใจถึงข้อกฎหมาย เพื่อแจ้งให้ประชาชนและนักท่อเที่ยวที่มาใช้บริการได้ปฎิบัติตามเป็นรูปแบบเดียวกัน

นายกเมืองพัทยา เผยว่า บุหรี่วันนี้กลายเป็นผู้ร้ายตัวฉกาจ กลายเป็นที่รังเกียจของคนหมู่มาก นอกจากทำลายสุขภาพแล้ว ยังสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแบบเงียบ ๆ จากการที่สิงห์อมควันบางคน มักง่ายทิ้งก้นบุหรี่ ลงสู่สิ่งแวดล้อม ที่มีผลกระทบต่อมนุษย์โดยตรง คือเป็นขยะที่อุดตันทางระบายน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง หรืออาจถูกน้ำพัดพาลงคูคลองจนลงสู่ทะเล สะสมอยู่ใต้พื้นทรายตามชายหาด ก่อให้เกิดผลต่อสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศโดยเมื่อสัมผัสกับน้ำจะปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษ เช่น แคดเมี่ยม ตะกั่ว สารหนู และอนุพันธุ์ของยาฆ่าแมลง เป็นพิษต่อห่วงโซ่อาหาร

และจากงานวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2558 บ่งชี้ว่า ประเทศไทยถูกจัดอันดับประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลอันดับ 6 จาก 192 ประเทศ เป็นภาพสะท้อนว่าประเทศไทยมีขยะในทะเลเป็นปริมาณมากจากการสุ่มตรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่ 6หาด ในระดับความลึก 5 เซนติเมตร จนถึง 20 เซนติเมตร โดยเฉลี่ย พบก้นบุหรี่1.06 -1.77 แสนชิ้น ต่อพื้นที่1ตร.ม. อาทิ พื้นที่ หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต หาดบางแสน จ.ชลบุรี หาดพัทยา จ.ชลบุรี หาดแม่พิมพ์ ต.ระยอง หาดชลาทัศน์ จ.สงขลา และหาดทรายรี จ.ชุมพร เป็นต้น

และย้อนไปเมื่อวันที่ 31ตุลาคม 60 เมืองพัทยา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในด้านการป้องกันภัยคุกคามทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และภัยสุขภาพจากบุหรี่ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “โครงการชายหาดปลอดบุหรี่”ตามคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1064/2560 เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณหาด ประกอบด้วย 24 ชายหาด 15 จังหวัด โดยเนื้อหาในคำสั่งนั้นได้ระบุว่า ห้ามมิให้บุคคล หรือนิติบุคคลใด สูบบุหรี่ หรือทิ้งก้นบุหรี่ บริเวณชายหาด เว้นแต่เป็นการสูบ หรือทิ้งก้นบุหรี่ในบริเวณ หรือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ และห้ามเท ทิ้ง ระบายของเสีย ขยะมูลฝอย หรือวัสดุที่มีลักษณะเป็นพลาสติก โฟม ของเสีย กระดาษ เศษอาหาร หรือผ้า น้ำเสีย สิ่งปฏิกูล สารแขวนลอย คราบน้ำมัน สารปนเปื้อน มูลสัตว์ ซากสัตว์ มลพิษ หรือสิ่งต่าง ๆ เว้นแต่ ได้ดำเนินการเท ทิ้ง หรือระบายในบริเวณพื้นที่ หรือในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้คำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วันโดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์  61 สำหรับบทกำหนดโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ออก ตามมาตรา 17 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 60 โดยมีสาระสำคัญ เช่น ห้ามสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ (ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 5,000 บาท) ห้ามขายบุหรี่แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี (ฝ่าฝืนโทษจำคุกไปเกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท) ห้ามแบ่งขายบุหรี่ (ปรับไม่เกิน 40,000 บาท)

ดังนั้น เมืองพัทยา จึงขอความร่วมมือจากทุกส่วนในการสอดส่องดูแลประชาสัมพันธ์ แก่นักท่องเที่ยวให้สูบบุหรี่และทิ้งก้นบุหรี่ในเขตที่จัดไว้ให้ ไม่สูบหรือทิ้งบุหรี่บริเวณชายหาด เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม