ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวเมืองพัทยา ยังไม่กระเตื้อง สมาคมโรงแรมฯ วอนรัฐออกมาตรการช่วย

เมื่อ 24 สิงหาคม 63    ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศด้านการท่องเที่ยว ในเมืองพัทยา   พบว่าในส่วนของร้านอาหารริมทางขนาดเล็ก  สามารถขายได้แต่ลูกค้าก็ลดลงกว่า 30 % โดยเจ๊แมว ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งย่านถนนพัทยาสายสาม ซึ่งอดีตเคยเป็นทำเลทอง ค้าขายวันละเป็นหมื่นบาท ปัจจุบันเหลือเพียงหลักร้อยถึงหลักพันบาท   ด้าน นายแดงผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างตึกและอาคารต่างๆในเมืองพัทยา เผยว่า ตอนนี้ขาดแคลนแรงงานอย่างมากเนื่องจากลูกน้องที่เป็นคนไทย ก็ทยอยกลับบ้านเกิดทางภาคอีสาน ไปตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด เพราะค่าครองชีพไม่พอค่าใช้จ่าย ส่วนแรงงานต่างด้าวก็กลับประเทศไปเกือบหมด และเดินทางเข้ามาประเทศลำบาก ส่งผลให้ตนเองเหลือลูกน้องอยู่เพียงไม่กี่คน 


ส่วนทางด้าน ผับ บาร์ บริเวณถนนเรียบชายหาดพัทยาจอมเทียน  ซึ่งผู้ประกอบการจำนวนหนึ่ง เปิดเผยว่า ได้มีการเปิดตั้งแต่ในช่วงกลางวัน เปิดเร็วขึ้น เนื่องจากมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การค้าขายมีการปรับราคาเครื่องดื่มลง กว่า 20 %  พนักงานทางร้าน หันออกไปรับงานบริการนอกสถานที่ด้วยตัวเอง เช่น ชงเหล้า และงานดูแลลูกค้า เพราะที่ร้านมีลูกค้ามาใช้บริการน้อย ซึ่งถ้าเป็นช่วงปกติ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมากจากต่างประเทศ มาเที่ยวช่วงไฮซีซั่นเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่มีช่วงไฮซีซั่นเหมือนก่อนแล้ว มีเพียงกลุ่มลุกค้าต่างชาติ ที่ตกค้างในเมืองพัทยาจำนวนไม่มาก ที่แวะเวียนมาอุดหนุนเท่านั้น

ด้าน นายพิสูจน์  แซ่คู นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก ชี้แจงว่า หลายอย่างที่อยากจะขอให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมภาคตะวันออก ให้มีการจัดประชุมสัมมนาต่างจังหวัด นอกพื้นที่เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย เพื่มวันหยุดเป็น 3 วัน เพื่อให้มีการเดินทางภายในประเทศ กระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการนำใบเสร็จค่าโรงแรม ค่าชมแหล่งท่องเที่ยว ค่าอาหาร มาลดหย่อนภาษีได้ 15,000 ต่อปีกลับมาใช้อีกครั้ง และ  Travel  Couple จับคู่ประเทศที่ปลอดโควิด เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบโรงแรม

ส่วนทางด้าน กระทรวงการคลัง รายงานความคืบหน้าโครงการเราเที่ยวด้วยกันวันที่ 23 สิงหาคม 2563 ว่า​ มียอดลงทะเบียนรวม 4.92 ล้านคน​ ลงทะเบียนสำเร็จ 4.67 ล้านคน​ จองโรงแรมและจ่ายเงินแล้ว 625,606 ห้อง คิดเป็นมูลค่าการจอง 1,874.9 ล้านบาท  ทั้งนี้​ มียอดเช็คอิน​ 207,243 ห้อง​ แบ่งเป็น​ ชลบุรี 33,960 ห้อง ประจวบคีรีขันธ์ 17,371 ห้อง​ กทม. 14,148 ห้อง เชียงใหม่ 13,831 ห้อง และเพชรบุรี 12,063 ห้อง ส่วนยอดเช็คเอ้าท์ 198,241 ห้อง​ โรงแรมที่มีการจองทั้งสิ้น 3,823 แห่ง ราคาห้องพักเฉลี่ย 2,980 บาท  แต่โดยรวมจาการที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่าภาพรวมด้านสถานการณ์การท่องเที่ยว ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร.