ภาคธุรกิจพัทยา ค้านปรับเปลี่ยนผังเมืองใหม่ เพิ่มพื้นที่สีแดงไม่ดูสภาพจริงของเมือง

0
126

เมื่อ 20 ตุลาคม 63  ที่ ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา  นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการชุมนอกรอบ เพื่อร่วมพิจารณาการวางและจัดทำผังเมืองรวม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังกรมโยธาธิการและผังเมือง มีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนผังเมือง และเพิ่มพื้นที่ธุรกิจสีแดง  โดยมีบริษัทที่ปรึกษาการจัดทำร่างผังเมืองบางละมุง (ฉบับประชาชน) ตัวแทนภาคธุรกิจ ผู้นำชุมชน กลุ่มนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วม

ทั้งนี้ ตามที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ว่าจ้างให้บริษัทที่ปรึกษา ให้จัดทำโครงการและจัดทำผังเมืองรวมเมืองบางละมุง จังหวัดชลบุรี (ฉบับประชาชน) ขึ้นใหม่แทนฉบับเก่า ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเมือง และบริเวณที่เกี่ยวข้องด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน การคมนาคมและขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างหรือพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างเหมาะสม รองรับการเข้าสู่ EEC อย่างยั่งยืน
การดำเนินการในครั้งนี้ ได้มีการนำร่างผังเมืองมาจัดแสดง และชี้แจงถึงมาตรฐานและข้อกำหนดต่างๆ ของร่างผังเมืองใหม่ พบว่ามีการเพิ่มพื้นที่ธุรกิจและผังเมืองสีแดงให้มากขึ้นจากเดิม ตามที่ EEC ได้ประกาศรูปแบบผังเมืองใหม่ ให้แก่เมืองพัทยา ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นพื้นที่สีแดง จะสามารถทำธุรกรรม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อาคารขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า โรงมหรสพได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทที่ปรึกษาฯ ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และผู้มีผลกระทบมาแล้ว 2 ครั้ง และกำหนดจัดทำครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ในช่วงปลายเดือน ต.ค. หรือต้นเดือน พ.ย.นี้  โดยบริษัทที่ปรึกษามีแนวคิดในการพัฒนาเมืองพัทยา ให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกันกับเมืองท่องเที่ยวใหญ่ในต่างประเทศ เช่น เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ที่มีพื้นที่สีเขียว หรือพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การประชุมที่การรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา เป็นการประชุมที่มีแต่เฉพาะประชาชน และชาวบ้านที่ไม่ได้รับผลกระทบด้านสิทธิของที่ดิน ในเขตเมืองพัทยา จึงทำให้การทำประชาพิจารณ์ ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

นายสินไชย วัฒนศาสตร์สาธร ตัวแทนภาคธุรกิจ เผยว่า การจัดทำร่างผังเมืองพัทยา เมืองบางละมุง (ฉบับประชาชน) ใหม่ พบว่า มีการเพิ่มพื้นที่ธุรกิจหรือพื้นที่สีแดงในเขตเมืองมากขึ้น ซึ่งการกำหนดมาตรฐานหรือข้อระบุต่างๆ ไม่ตรงกับสภาพข้อเท็จจริงของพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น หากจะก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ หรือสถานประกอบการโรงแรมขนาดใหญ่ ถนนหน้าโครงการจะต้องมีขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 12-16 เมตร  แต่สภาพความเป็นจริงแล้ว เมืองพัทยา ถนนที่มีความกว้างตามที่กำหนด มีอยู่เพียงไม่กี่เส้น คือ ถนนสุขุมวิท พัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้ พัทยาสายสาม และจอมเทียนสายสอง เท่านั้น

“ดังนั้น จึงจะกำหนดเป็นข้อห้ามไม่ให้มีการสร้างอาคารระดับสูงในที่ดินที่มีขนาดถนนที่ไม่ได้ตามกำหนดในร่างผังเมืองใหม่ไม่ได้ และกรณีนี้ย่อมทำให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาที่ดินเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจอย่างแน่นอน” นายสินไชย กล่าว
นอกจากนี้ ยังพบว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง มีแผนที่จะจัดสร้างถนนสายใหม่อีก 9 เส้นทาง ในเมืองพัทยา เปรียบเสมือนการลิดรอนสิทธิของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นภาคธุรกิจ จึงเสนอให้บริษัทที่ปรึกษานำร่างผังเมืองไปพิจารณาแก้ไข และเสนอต่อกรมโยธาธิการฯ ใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามสภาพของพื้นที่จริง.