พิษพายุโซนร้อน “เซินติญ” ทำทะเลพัทยาป่วน ตำรวจดูแลนักท่องเที่ยวเข้ม

0
68

จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ กรณีพายุโซนร้อน “เซินติญ” (SON-TINH) บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตร ทางตะวันออกประเทศเวียดนาม กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งของประเทศเวียดนาม ซึ่งกรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบทำให้ในช่วงวันที่ 18-20 กรกฎาคม 61 บริเวณบางพื้นที่ของประเทศไทย จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก  ขณะที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง มีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร จึงขอให้ชาวเรือระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย ไปจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 61 นี้

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 18 กรกฎาคม 61 ที่หน้าสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการชักธงแดงครึ่งเสา เพื่อเป็นการแจ้งประกาศเตือน ห้ามไม่ให้มีการทำประมงชายฝั่ง รวมทั้งเตือนให้เรือเล็กงดการเดินเรือข้ามฟาก ระหว่างพัทยา-เกาะล้าน จ.ชลบุรี เนื่องจากพบว่าบริเวณร่องน้ำกลางทะเล ห่างจากฝั่งประมาณ 1-2 กิโลเมตร ลมมีพายุลมแรง คลื่นสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้

กรณีดังกล่าว ร.ต.อ.ภาวิตร ฉิพาลี รองสารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา สำนักงานเจ้าท่าพัทยา และหน่วยกิจการพิเศษเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาการเดินเรือ บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้ แหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมีการกำชับห้ามไม่ให้เรือสปีดโบ้ต หรือเรือโดยสารขนาดเล็ก รับนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามฟากช่วงที่ในทะเลมีคลื่นสูง.

พร้อมทั้งเข้าทำการประชาสัมพันธ์และตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ที่ยังให้บริการ โดยเน้นให้มีการสวมเสื้อชูชีพ และการประสานงานร่วมระหว่างกันกรณีหากเกิดปัญหาขึ้นบริเวณกลางทะเล ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นและก่อให้เกิดความสูญเสียตอชีวิตและทรัพย์สิน

ขณะที่พื้นที่บริเวณชายหาดพัทยา จอมเทียน และเกาะล้าน ก็ประชาสัมพันธ์ห้ามไม่ให้มีการเล่นกิจกรรมทางน้ำที่สุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยทุกชนิด ทั้ง เรือลากร่มพาราเซล เรือเจ๊ทสกี และเรือสปีดโบ๊ต ซึ่งก็พบว่าได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นอย่างดี ขณะที่บางรายที่จะฝ่าฝืนนั้นก็ได้มีการขอความร่วมมือและตักเตือน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะมีการจัดกำลังเฝ้าระวังต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะอยู่ในภาวะปกติ..