ฝรั่งเมืองพัทยา พอใจรัฐประกาศคลายล็อกชายหาดและร่มเตียงกลับมาเปิด มีที่ผักผ่อนกับคนรัก

เมื่อ 3 มิถุนายน 63 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจ หลังคลายล็อกดาวน์ชายหาดพัทยา โดยตั้งแต่ช่วงเช้า เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวไทย ต่างชาติ รวมถึงเด็กเล็ก ออกมาเดินเที่ยวชายหาด นอนอาบแดด และลงเล่นน้ำกันบ้างแล้ว บางคนก็นำเบ็ดมาตกปลา โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง เช่น ไม่ให้อยู่เป็นกลุ่มกันเกิน 6 คนขึ้นไป แต่ละกลุ่มต้องนั่งห่างกัน 3 เมตร นำอาหารสำเร็จรูปมารับประทานได้ แต่ห้ามนำมาปรุงทานเอง  ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 


ทั้งนี้จากการสำรวจ มีผู้ประกอบกาสรร่มเตียงกลับมาเปิดให้บริการประมาณ 20 % ในส่วนที่เหลือคาดอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการขนย้ายสิ่งของ โดยผู้ประกอบการกว่า 500 ราย ในชายหาดทั่วเมืองพัทยา ที่จะนำเตียงผ้าใบมาวาง จะต้องคัดกรองผู้มาใช้บริการ ลงทะเบียนผ่าน “แพลตฟอร์ม ไทยชนะ” หรือจดลงกระดาษป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19  และแม้ว่าจะคลายล็อกให้เล่นทะเล เดินเล่นชายหาดได้  แต่ว่าเมืองพัทยายังได้ออกกฎ ว่าในทุกๆ สัปดาห์ที่ 2 และ 3 ของเดือน ในวันอังคาร พุธ พฤหัส จะปิดชายหาดในโซนผู้ประกอบการเตียงผ้าใบ ทั้ง 500 ราย เพื่อฟื้นฟูชายหาดทั้งโซนหาดพัทยา และจอมเทียน สลับกันก่อนในระยะนี้ รวมถึงจะมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นมะพร้าวซ่อมแซมต้นที่ตาย รวมถึงการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม

มิสเตอร์ โทมัส ชาวสวีเดน  ชาวต่างชาติที่ตกค้างในเมืองพัทยา เผยว่า หลังจากคลายล็อกดาวน์ชายหาดเหมือนได้ปลดปล่อยอิสระ ให้ได้กลับมาสูดอากาศกลิ่นไอทะเลที่ชวนหลงใหล เป็นความชื่นชอบอันดับ 1 ที่ตนเลือกที่จะมาเที่ยวเมืองพัทยา รองลงมาก็เป็นสีสันในยามราตรีของผับ บาร์ ต่างๆซึ่งตอนนี้เงียบเหงา แต่ตนก็เขาใจสถานการณ์ดี ในตอนนี้ถือว่าพอใจ ที่มีผู้ประกอบการร่มเตียงกลับมาเปิดให้บริการ ทำให้มีสถานที่พักผ่อน นอนฟังเสียงคลื่นทะเล และชมพระอาทิตย์ตกดิน ได้เห็นสาวๆในชุดบิกีนี่   

มิสเตอร์ โทมัส เผยต่อไปว่า  ตนคงต้องอยู่ในเมืองพัทยาหรือประเทศไทยไปอีกนาน กว่าจะได้กลับประเทศบ้านเกิด แต่โชคดีที่มีคนรักอยู่ที่เมืองพัทยาจึงไม่เหงา ทุกวันเวลาเต็มไปด้วยความสุข  ตนชื่นชอบในการนวดแผนไทยเป็นอย่างมาก เพราะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หายเครียดได้ และฝากให้กำลังใจคนไทยทุกคนให้เข้มแข็ง อย่างน้อยประเทศไทย ก็สามารถคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดไว้ได้อย่างดี และตนรู้สึกเชื่อมั่นในมาตราการการคุมควบของประเทศไทย ดูได้จากตัวเลขที่น้อยมาก และรักษาหายจำนวนมาก รู้สึกปลอดภัยที่อยู่เมืองพัทยา จึงขออยู่ต่อจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น และเชื่อว่าเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างเมืองพัทยา จะกลับมามีสีสันอีกครั้งในไม่ช้า.