“ผู้หมวด” ฮีโร่ โรงพักพัทยา ปั๊มหัวใจช่วยคนอีกครั้ง เป็นนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย เล่นน้ำทะเลจมสำลักน้ำหมดสติ

0
184

เมื่อ  11.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 61 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจมน้ำทะเลได้รับบาดเจ็บ และมีนายตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนนำตัวส่ง รพ.พัทยาเมโมเรียล เหตุเกิดที่บริเวณชายหาดพัทยา ตรงข้ามซอย 13/1 ถนนเลียบชายหาดพัทยาใต้ หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อไปถึงพบ ร.ต.ท.วรพันธ์ แก้วมรกต ตำแหน่ง รอง สารวัตรจราจร สภ.เมืองพัทยา ยืนอยู่บริเวณร่มเตียงริมชายหาดพัทยา ก่อนพาไปดูจุดเกิดเหตุ นักท่องเที่ยวจมน้ำทะเล โดยคุณยายอาชีพหมอนวดชายหาดซึ่งเป็นคนตะโกนบอกให้พลเมืองดีช่วยเล่าว่า  ก่อนหน้านี้เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทราบชื่อต่อมา คือ Mr.Dmitrii Rybin อายุ 50 ปี สัญชาติรัสเซีย ลงไปว่ายน้ำทะเลอยู่นอกทุ่นเขตว่ายน้ำ  แต่พอเวลาผ่านไปไม่นานเจ้าตัวกลับโบกมือให้คนช่วยทำท่าเหมือนจะจมน้ำ เลยรีบตะโกนบอกให้คนช่วย ขณะที่ นายอรุณ หนักเกิด อายุ 40 ปี คนขับเรือสปีดโบ๊ต เล่าว่า หลังได้ยินเสียงตะโกนว่ามีคนจมน้ำทะเล ตนเลยหันไปดู พบหญิงสาวชาวรัสเซีย ภรรยาของคนเจ็บ กำลังลากร่างของสามีขึ้นมาจากทะเล  เลยรีบวิ่งไปช่วยดึงขึ้นมาบนฝั่ง  พบว่าคนเจ็บสำลักน้ำจนหมดสติ เลยทำการผายปอดปั๊มหัวใจ โชคดีที่ตำรวจนายนี้ผ่านมา จึงช่วยกันปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ

ร.ต.ท.วรพันธ์ แก้วมรกต ตำแหน่ง รอง สารวัตรจราจร สภ.เมืองพัทยา เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ ออกจากโรงพัก เพื่อไปเข้าจุดที่บริเวณป้อมตำรวจ สี่แยกสื่อสาร ถนนพัทยาใต้ ตัดถนนพัทยาสาย 3 ขณะขับมาตามถนนเลียบชายหาดพัทยา ได้ยินศูนย์วิทยุแจ้งว่า มีนักท่องเที่ยวจมน้ำทะเล ตรงข้ามซอย 13/1 จึงรุดมาตรวจสอบ เพราะอยู่ใกล้ที่สุด พบนายอรุณ กำลังปั๊มหัวใจนักท่องเที่ยวชายชาวรัสเซีย อยู่คนเดียว เลยรีบเข้าไปช่วยอีกแรง จนกระทั่งรถฉุกเฉินของ รพ.พัทยาเมโมเรียล มาถึง  จึงเคลื่อนย้ายส่งไปรักษาต่อที่ รพ. เบื้องต้นทราบว่า อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ร.ต.ท.วรพันธ์ กล่าวอีกว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง ที่มีโอกาสยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตัวเอง โดยครั้งแรกเป็นอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ เฉี่ยวชนกันจนมีชายวัยชราวัย 64 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส  เหตุเกิดในซอยสำนักงานที่ดิน พัทยาใต้ ตนซึ่งเข้าเวรอยู่ใกล้ๆ เลยรีบไปตรวจสอบ และปั๊มหัวใจช่วยเหลือตามวิธีการที่เคยไปฝึกอบรมมา แต่ภายหลังทราบว่าชายคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลง เนื่องจากศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง ทำให้เลือดคั่งในสมอง

“ถึงแม้ครั้งนั้นจะรู้สึกเสียใจ ที่ไม่อาจยื้อชีวิตคุณลุงท่านนี้ไว้ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ทำให้ตนเองท้อถอยหรือหมดกำลังใจ ที่จะทำความดีตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน กระทั่งครั้งนี้พอมีโอกาส ตนจึงรีบมาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จนทราบข่าวภายหลังว่าคนเจ็บอาการปลอดภัยโดยส่วนตัวก็รู้สึกดีใจ หากมีหน่วยงานไหนเปิดอบรมการปฐมพยาบาลเพื่อช่วยชีวิตคน ตนก็จะไปฝึกอบรมเพิ่มเติมให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ก่อนกลับมาสอนต่อให้กับน้องๆ ตำรวจจราจร รวมถึงบุคคลทั่วไป เพื่อจะได้นำความรู้ไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างทันท่วงที หากมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก” ร.ต.ท.วรพันธ์ กล่าว.