ผอ.โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ชี้หากสถานการณ์การบริจาคไม่ดีขึ้น คาดตุลาคมถึงทางตัน

0
471

By วราพรรณ ใจกุศล

เมื่อ 4 พฤษภาคม 64   นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงสภาพคล่องของโรงเรียนตอนนี้ว่า ติดลบมานานแล้ว ตั้งแต่โควิดระลอกแรก จนถึงระลอก 3 ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าตั้งแต่ระลอกที่ 1 ที่ผ่านมา และระลอกที่ 2 ทางโรงเรียนก็ได้ทำการแก้ไขปัญหาเรื่องของสภาพคล่องด้วยการปรับลดขนาดองค์กรลงมา การตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ร่วมถึงหากิจกรรมระดมทุนที่พอจะสามารถทำได้ในช่วงที่ผ่านมา หรือ ลดรายจ่ายบางรายการลงที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งที่ผ่านมา 2 ระลอก พบว่าทุกคนต่างอ่อนล้าและอ่อนแรงในการต่อสู้กับโรคและต่อสู้กับการประคององค์กรให้อยู่รอด 

ทางคณะครูก็ได้ร่วมกันระดมสมองในการที่จะหารายได้เข้าโรงเรียนเพื่อช่วยกันประคับประคองโรงเรียนให้อยู่รอด ซึ่งที่ผ่านมาก็มีทั้งการปลูกผักสวนครั้งเอาไว้รับประทานเอง และมีเหลือก็นำออกมาจำหน่ายหารายได้ให้กับโรงเรียนก็มี แต่ที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะมีผู้ใจบุญเดินทางมาบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน รวมถึงของใช้ที่จำเป็น เพราะทุกคนต่างก็แย่ไปพร้อมๆกัน แต่ก็ยังถือว่าในช่วงที่ผ่านมาพอจะมียอดบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาบ้าง 



ทั้งนี้โควิดในระลอก 3 มากรทบก็พบว่าสาหัส เนื่องจากว่าจำนวนยอดผู้ติดเชื้อในครั้งนี้เพิ่มมากขึ้น จนน่าใจหาย ซึ่งในตอนนี้ก็ยังถือว่าโชคดีที่เด็กจำนวนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ได้กลับไปอยู่กับผู้ปกครอง เนื่องจากว่าปิดเทอม ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายของทางโรงเรียนมีไม่มาก แต่ถ้าหลังเปิดเทอมไปแล้ว ถ้าตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศ โรงเรียนทั่วประเทศไทยจะดำเนินการเปิดเรียนพร้อมกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เด็กๆก็จะกลับมาเรียนตามปรกติ ซึ่งในรอบนี้ทางโรงเรียนได้แจ้งไปยังผู้ปกครอง ในการนำเด็กเข้าเรียนว่าขอให้เด็กนักเรียนประถมกลับเข้ามาก่อน ในส่วนของระดับชั้นอนุบาลขอความร่วมมือในการยังไม่ส่งเข้าเรียน 


โดยทางโรงเรียนได้ให้เหตุผลเรื่องของการระบาดของโรคในช่วงนี้ ซึ่งเกรงว่าเด็กๆอาจจะไม่ปลอดภัย เพราะเด็กเล็กยังไม่สามารถดูแลตัวเอง ดังนั้นในช่วงเปิดเทอมที่จะถึงนี้ ทางโรงเรียนจะต้องระดมทุนเพื่อรองรับนักเรียนที่จะกลับเข้าเรียน ซึ่งในส่วนของการเก็บค่าเทอมนั้นทางโรงเรียนไม่สามารถเรียกเก็บได้จากผู้ปกครอง เนื่องจากว่าเป็นองค์กรการกุศล แต่ถ้าหากพบว่าสถานการณ์ยอดการบริจาคยังไม่มีในช่วงนี้ ก็คาดว่าถึงช่วงเดือนตุลาคม นี้ ก็จะเข้าขั้นวิกฤต ซึ่งก็ยังไม่รู้ทิศทางต่อไปว่าจะเป็นเช่นไร 

ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็เพียงขอรับน้ำใจจากผู้ที่มีจิตศรัทธา โดยทางโรงเรียนขอบริจาคเงินทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การเรียน การสอน ซ่อมแซมอาคาร และของใช้ที่จำเป็น ในการดำรงชีวิตประจำวันสำหรับการศึกษาของผู้พิการทางสายตา โดยสามารถบริจาคได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชี ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536) บัญชี 669-2-10787-4 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 097-1236842.