ปลุกกระแสตื่นตัวรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก หลังรัฐประกาศดีเดย์ 1 ม.ค.ปีหน้า เริ่มใช้จริงจัง

0
97

เมื่อ 19 พฤศจิกายน 62  หลังจากที่ทาง นายวราวุธ ศิลปะอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กล่าวในเรื่องปัญหาขยะว่า ปัญหาขยะถุงพลาสติกเป็นเรื่องที่พูดกันมานานแล้ว ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่การใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยจะต้องเปลี่ยนไป ขอให้พกถุงผ้าและใช้กระเป๋าติดตัว กระทรวงทรัพยากรฯ เตรียมเสนอกฎหมายการงดใช้พลาสติกให้ ครม.พิจารณา คำว่าการงดใช้พลาสติก ไม่ได้แปลว่าจากนี้ประเทศไทยจะไม่มีพลาสติกอีกแล้ว แต่พลาสติกบางจำพวกที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือไม่สามารถย่อยสลายได้ จะต้องทำให้หมดไปจากทั่วประเทศไทย 100% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 64 โดยจะเริ่มนำร่องกับกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง และร้านสะดวกซื้อจำนวน 43 บริษัท เครือใหญ่ในประเทศไทย ด้วยการเลิกแจกถุงพลาสติกให้ลูกค้า 100% ที่มาซื้อของตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 63 เป็นต้นไป

โดยจากการสำรวจประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยาส่วนใหญ่ ยังไม่ค่อยตื่นตัวในเรื่องนี้เท่าที่ควร ปัญหาขยะในเมืองพัทยา ยังคงพบเห็นอยู่ทั่วไป เช่นปัญหาขยะตามแนวชายหาด ปัญหาการทิ้งขยะไม่เป็นที่ตามตรอกซอกซอยต่างๆ ที่สาธารณะ ฯลฯ ซึ่งยังพบขยะตามสถานที่ต่างๆที่ได้กล่าวมานั้นโดยส่วนมากยังประเภทถุงพลาสติก  แสดงให้เห็นว่า การตื่นตัวในการรณรงค์ในการใช้ถุงผ้ายังคงมีเพียงเลกน้อยเท่านั้น  ซึ่งขยะที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในช่องคิดเงินด่วนเริ่มมีการไม่แจกถุงพลาสติกในการใส่ของแล้ว ส่วนร้านสะดวกซื้อ 7-11 หากซื้อของน้อย พนง.ก็จะมีการเริ่มถามว่ารับถุงหรือไม่  ก็ถือว่าเป็นสัญญานที่ดี แต่โดยประเภทร้านข้าวแกง หรือร้านค้าทั่วไป โดยมากยังใช้ชีวิตในการซื้อขายใช้ถุงตามปกติ เพราะยังคงติดในเรื่องของความสะดวกสบายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย  จึงอยากจะวิงวอนให้ช่วยกันรณรงค์ในการร่วมกันใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก หากเริ่มที่ตัวเราและครอบครัวคิดง่ายๆว่า วันๆหนึ่งได้ทิ้งขยะในครั้วเรือนจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งคงไม่ต่ำกว่าบ้านเรือนละ 1 ถุงใหญ่ๆ  โดยหากทำได้ ก็จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะในเมืองพัทยา ลดปัญหาขยะประเภทถุงพลาสติกไปอุดตันท่อระบายน้ำ  ลดปัญหาขยะในทะเล ชายหาด ลดมลภาวะลดปัญหาการฆ่าสัตว์ในท้องทะเล ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้ประเทศชาติและเมืองพัทยา สะอาดน่าอยู่ และดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน.