ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา เสนอให้คงเอกลักษณ์ความเป็นดั่งเดิมของปลาโลมาไว้ ห่วงจิตใจชาวพัทยาที่ยังหวงแหนอยู่

0
66
นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา เผยในที่ประชุมร่วมคณะผู้บริหารเมืองพัทยา เรื่องการรื้อวงเวียนปลาโลมา ขอให้คงเอกลักษณ์ความเป็นดั่งเดิมของปลาโลมาเอาไว้  เพื่อรักษาสภาพจิตใจของชาวพัทยา ที่ยังคงรักและหวงแหนอยู่
นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา เผยในที่ประชุมร่วมคณะผู้บริหารเมืองพัทยา เรื่องการรื้อวงเวียนปลาโลมา ขอให้คงเอกลักษณ์ความเป็นดั่งเดิมของปลาโลมาเอาไว้ เพื่อรักษาสภาพจิตใจของชาวพัทยา ที่ยังคงรักและหวงแหนอยู่

เมื่อ 5 กันยายน 60 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา พลตำรวจตรี อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ได้มีการเรียกหน่วยงานภาคส่วนเกี่ยวข้องประชุมภายใน “ประเด็นปัญหาผลกระทบหากมีการรื้อถอนหรือเปลื่ยนแปลงแก้ไขวงเวียนปลาโลมา” อาทิ ตัวแทนจากสมาคมนักธุรกิจ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ (สนข.) ร่วมประชุมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อลดผลกระทบการร้องเรียนจากชาวบ้าน และคงเอกลักษณ์เอาไว้ให้ได้มากที่สุด

นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา นำเสนอว่าขอให้คงเอกลักษณ์ความเป็นดั่งเดิมของปลาโลมาเอาไว้ เพื่อลดการกระทบสภาพจิตใจของชาวพัทยา ที่ยังรักและหวงแหนอยู่

สภาพของวงเวียนปลาโลมา ในปัจจุบัน
สภาพของวงเวียนปลาโลมา ในปัจจุบัน

สำหรับ “วงเวียนปลาโลมา” อยู่คู่กับเมืองพัทยามานาน ดังนั้นการจัดทำระบบสัญญาณไฟจราจรเพื่อแก้ไขปัญหา ก็อาจส่งผลกระทบอยู่บ้าง แต่ตามแบบโครงการเดิมก็ไม่ได้ทำการรื้อถอนไปไหน เพียงแต่ย้ายจุดเพื่อให้ระบบทางแยกสมบูรณ์เท่านั้น เพราะวงเวียนในอดีตแม้จะตอบโจทย์ของการแก้ไขปัญหาจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อนาคตก็คงไม่สามารถรองรับได้อย่างเพียงพอ โดยข้อมูลเหล่านี้เป็นผลมาจากการหารือร่วม และผลการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลด้านการจราจรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้ง เมืองพัทยาเอง และในส่วนของ สนข. รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมจราจรจากมหาวิทยาลัยมหิดล จึงยืนยันได้ว่าโครงการนี้ทำไปเพื่อประโยน์ส่วนร่วม

และในที่ประชุมเผยแนวทางที่อาจจะยังคงจะวงเวียนปลาโลมาเอาไว้คือ 1 ขยายถนนเพื่มขึ้น 2.การติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจร 2 ทิศทาง โดยกรณีนี้จะแก้ไขปัญหาได้ดีในเส้นทางถนนพัทยาเหนือ และสาย 2 แต่ยังคงมีปัญหาในเส้นทางจากฝั่งนาเกลือเช่นเดิม และ 3.ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร 3 ทิศทาง ซึ่งกรณีนี้จะทำให้เส้นทางจากฝั่งนาเกลือสามารถเลี้ยวลงถนนสายชายหาดได้ แต่อาจเกิดปริมาณรถสะสมในอีก 2 เส้นทาง แต่ก็จะลดปัญหาอุบัติเหตุและความเป็นระเบียบได้ ซึ่งก็อยู่ในระหว่างพิจารณารุปแบบของการดำเนินงานในอนาคต

อย่างไรก็ตามด้านคณะผู้บริหารเมืองพัทยายังคงไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดในเรื่องนี้ คงต้องติดตามกันต่อไปซึ่งทีมข่าวจะทำการรายงานใหห้ทราบต่อไป.