ประชุมเตรียมความพร้อม (ร่าง) ประกาศกระทรวงทรัพย์ฯ เรื่อง กําหนดเขตพื้นที่มาตรฐานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่ อ.บางละมุงและสัตหีบ

0
72

เมื่อ 13 มิถุนายน 62 นายวิสิษฎ์ พวงเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมตาม (ร่าง) ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กําหนดเขตพื้นที่มาตรฐานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่อำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ด้วยจังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมส่ง (ร่าง) ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตและพื้นที่มาตรฐานการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่อำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรี พ.ศ. …. (ฉบับใหม่) เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จังหวัดชลบุรี  โดยนำประกาศร่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมใน พ.ศ.2553 พ.ศ. 2561 กลับมาใช้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้วนั้น แต่ เนื่องจากพื้นที่เมืองพัทยามีแหล่งทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ทั้งเกาะล้าน เกาะครก และเกาะสาก เป็นพื้นที่ๆมีความเติบโตด้านการท่องเที่ยว การขยายตัวของเมืองและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในระดับสูง มาเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความต้องการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อรองรับการพัฒนาเพิ่มขึ้น จึงมีความเสี่ยงต่อการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งปัญหามลพิษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ คุณภาพชีวิต และอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต

ซึ่งในการประชุม นายวิสิษฎ์ พวงเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงได้นำประกาศร่างฉบับใหม่ดังกล่าวหารือในประชุม เพื่อร่วมกันพิจารณา พร้อมทั้งสอบถามความเห็นต่อประกาศร่างฉบับนี้ ซึ่งจะมีผลกับการบังคับใช้มาตรการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เมืองพัทยา โดยเฉพาะประเด็นหลักๆเช่น การประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการ Sea Walker , การใช้ประโยชน์ที่ดินของเกาะล้าน , เรือภัตตาคาร , การกำจัดสิทธิ์ใช้ประโยชน์ที่ดินที่ถูกกำจัดสิทธิ์โดยยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้เกิดจากการไม่ได้ลงพื้นที่ ในการสอบถามความเห็นชอบของประชาชนในพื้นที่จริง จึงไม่ได้มีการแก้ไข จึงได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริง และรายงานตามขั้นตอน และหลังจากนี้เมื่อได้ข้อสรุปจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง เพื่อพิจารณาแก้ไขร่างฉบับนี้ให้มีความเหมาะสมต่อไป.